นไปกล่าวกับเจียงผิงอัน “อย่าเข้าใจข้าผิด ข้าร ่าไห้เพราะรู้สึกผิด มิใช่เพราะชอบเจ้าหรอกนะ”
“ศิษย์พี่หญิง เจ้าอย่าเหลวแหลกนักเลย เปลี่ยนความเศร้าและโทสะเป็นแรงผลักดันเสีย ดื่มสุราให้น้อย การหนีมิเคยแก้ปัญหาได้หรอกนะ” เจียงผิงอันกล่าว
เพราะเหมียวเสียเคยพ่ายต่อคนผู้หนึ่ง นางจึงมักดื่มสุราอย่างหนักให้เลอะเลือนไป
“ข้ายังต้องให้ศิษย์น้องตัวเหม็นอย่างเจ้ามาสั่งสอน? เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะขยี้หัวเจ้าเสีย!” เหมียวเสียกราชากสาบเสื้อเจียงผิงอันพลางถลึงตามอง
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้การแปรเปลี่ยน มองตาอีกฝ่ายตรง ๆ“ความผิดพลาดในศึกมิใช่ความผิดพลาดชั่วชีวิต ศิษย์พี่หญิงอายุเพียงร้อยปี เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคน เส้นทางไร้เทียมทานอะไรเมื่อหัวใจไร้พ่าย จึงไร้เทียมทาน”
“หากยังจมท่ามกลางความผิดพลาดเสมอไป จะเหยียบเดินบนเส้นทางไร้เทียมทานได้อย่างไร? การฝึกฝนมิได้มุ่งประเด็นเพียงพัฒนาการฝึกฝนของตน แต่ยังต้องฝึกฝนใจให้กล้าแข็งด้วย”
“วีรชนใดตราบกาลมิเคยผิดพลาด? ท้ายที่สุด พวกเขาต่างก้าวบนหนทางของตนสู่จุดสูงสุดกันทั้งสิ้น”
โทสะบนใบหน้าเหมียวเสียค่อย ๆ สงบลง ปล่อยสาบเสื้อเจียงผิงอันแล้วพูดพร้อมรอยยิ้มเจื่อน “ข้าเข้าใจที่เจ้าพูดนะ แต่ข้าข้ามผ่านมันมิได้สักทีนี่สิ”
“ศิษย์พี่หญิงต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายที่จะต้องสู้เพื่อให้ได้มาเป้าหมายนี้มิใช่เป้าหมายกลวงๆ อย่างบรรลุขอบเขตบางขอบเขต แต่เป็นเป้าหมายที่ต่อให้ตายก็