ละโจมตี ไร้ที่ติอย่างถึงที่สุด
“ผลลัพธ์ปรากฏชัดเจน พรสวรรค์ทรงพลังและน่ากลัวยิ่งนักสำนักเซียนเทียนหลานได้กำลังต่อสู้ระดับสูงสุดมาอีกคนแล้ว”
โอวหยางลั่วเสวี่ยผู้สวมหน้ากากทองทิ้งวาทะไว้เช่นนี้ แล้วหันกายจากไป
เมื่อได้ยินคำประเมินของโอวหยางลั่วเสวี่ย ปวงชนล้วนแล้วตกตะลึง
พวกเขาย่อมรู้ว่านี่คือคำตัดสินผู้ใด
กระทั่งบุคคลอันดับหนึ่งในขั้นต้นระดับเขตแดนยังพูดว่า‘พรสวรรค์ทรงพลังและน่ากลัวยิ่งนัก’ ซึ่งแสดงชัดว่าพรสวรรค์ของไป๋ฟานแข็งแกร่งเพียงไหน
บนสมรภูมิ การต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายดำเนินต่อ
เคอเหมิ่งแข็งแกร่งมากจริง ๆ สามสัตว์เทพถูกผนวกสู่กาย ทำให้เขาได้ความเร็วและพละกำลังไร้คู่เปรียบ ฤทธาสัตว์เทพนั้นช่างน่ากริ่งเกรง
แต่พลังกลืนกินของไป๋ฟานน่ากลัวเกินไป
ทุกครั้งที่ปะทะ หลุมดำกลืนกินสีดำสนิทและเขตแดนกลืนกินจะดูดซับพลังของเคอเหมิ่งไป
มิเพียงเท่านั้น ปราณเซียนในลานประลองก็ถูกไป๋ฟานกลืนกินไปแล้ว เคอเหมิ่งจึงไร้หนทางฟื้นปราณเซียนใด ๆ
ขณะเดียวกัน ไป๋ฟานหาได้กังวลเรื่องสิ้นเปลืองพลังไม่ เขาปลดปล่อยพลังอย่างไร้การสงวนสำรวม
ศึกนี้เอนเอียงถล่มทลายในด้านอำนาจพรสวรรค์
นอกลานประลอง เจี่ยงซินอี๋อ้าปากกว้าง สีหน้าเหม่อลอยจิตหลุด ใบหน้ามึนงงไม่อยากเชื่อ
“ไป๋ฟานแข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร เหตุใดจึงแข็งแกร่งเพียงนี้…”
นี่มิใช่ไป๋ฟานที่นางเคยรู้จักเลย
ศึกนี้มิได้ดำเนินนานนัก ไม่ถึงครึ่งชั่วยามต่อมา ปราณเซียนในต