ัวเคอเหมิ่งก็ถูกดูดซับไปหมด มิอาจคงลักษณ์สามสัตว์เทพได้อีกและหวนคืนสู่สภาวะมนุษย์ธรรมดา
“ข้า… ยอมแพ้”
เคอเหมิ่งพูดอย่างยากลำบาก รวดร้าวขมขื่นยิ่ง
สำหรับกำลังต่อสู้สูงสุดของระดับ การยอมแพ้เป็นเรื่องน่าอายอยู่สักหน่อยโดยแท้
แต่ก็ไม่มีทางสู้ต่อไปได้แล้ว
ผลการต่อสู้ครั้งนี้ผิดคาดและน่าตกใจอย่างยิ่ง
ปรากฏว่าไป๋ฟานเป็นผู้ชนะสุดท้าย
พรสวรรค์คนผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ปีศาจร้ายอีกนามปรากฏในสำนักเซียนเทียนหลานของพวกเขาแล้ว
เจียงผิงอันเก็บดวงแสงสีขาว หลุมดำและเขตแดนกลืนกินกลับไป
เขาพอใจกับพรสวรรค์กลืนกินของตนนัก
บรรพชนจระเข้ที่ภพแร้นแค้นก็อาศัยพลังกลืนกินนี้ครองหนึ่งยุคสมัยในกาลก่อน
ขณะนั้น มหาจักรพรรดิยังไม่เรืองฤทธิ์ ไร้ข้อจำกัดขอบเขตที่มหาจักรพรรดิบัญญัติไว้ ความแข็งแกร่งของบรรพชนจระเข้ต้องอยู่ในระดับเซียนแน่เชียว
และพรสวรรค์กลืนกินของเจียงผิงอันในขณะนี้ก็พัฒนาไปอย่างมากด้วยความช่วยเหลือของแก่นพลังต้นโลกา แข็งแกร่งขึ้นกว่าพรสวรรค์ของบรรพชนจระเข้อย่างแน่นอน
เคอเหมิ่งกล่าวกับเจียงผิงอันอย่างไม่เต็มใจ “ข้ามิได้พ่ายเจ้า แต่พ่ายแก่พรสวรรค์ของเจ้า!”
อีกฝ่ายมิได้ใช้วิชาใด ใช้เพียงพรสวรรค์บดขยี้เขาราบคาบ
เจียงผิงอันเมินข้ออ้างแก้ตัว “หากเจ้าไม่พอใจ ก็สู้ต่อได้นะ”
สีหน้าของเคอเหมิ่งแปรเปลี่ยนสองสามหน หลังพินิจเจียงผิงอันอย่างลึกล ้าครู่หนึ่ง ก็หันกายจากไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
เจียงผิงอันกล่าวกับผู้