ระยะทางระหว่างป่าพรีวูดและเมืองหลวงของเอเทเซียต้องผ่านเมืองและหมู่บ้านน้อยใหญ่หลายแห่ง แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดฝันซึ่งอาจชะลอการเดินทางไปถึงจุดหมายได้ เวเนจึงยึดเส้นทางหลักและไม่แวะที่ไหนเลยซึ่งทำให้โซนาตารู้สึกเสียดาย
“เราจะไม่แวะที่ไหนเลยเหรอ” โซนาตาหันกลับไปมองทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่คณะของเขาเพิ่งเดินเลยไป ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแต่งตัวคล้ายกับยุคกลางในโลกของเขา มันทำให้โซนาตาคิดว่าโลกนี้ช่างเหมือนกับหนังหรือเกมแฟนตาซีที่เคยเล่นสมัยเป็นเด็ก ยิ่งรู้จักโลกนี้ก็ยิ่งสนใจอยากรู้และมีประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้มากขึ้น
“ติดต่อกับคนเยอะ ปัญหาก็จะยิ่งเยอะ” เวเนไม่ประนีประนอม ถึงจะรู้จักกันไม่นานเธอดูออกว่าพวกเขาเป็นตัวดึงดูดปัญหา พวกเขาอาจจะเห็นชาวบ้านเดือดร้อนและยื่นมือเข้าไปช่วย ซึ่งไม่ใช่เพราะแค่แอบจิตใจดี แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเสียมากกว่า
และยังมีบางเรื่องในโลกนี้ที่เวเนยังไม่อยากให้พวกเขารับรู้
อาณาจักรแห่งนี้ซุกซ่อนสิ่งเลวร้ายเอาไว้ไม่ใช่น้อย เอเทเซียที่ถูกเรียกว่าประเทศศักดิ์สิทธิ์เป็นอาณาจักรที่มีความเหลื่อมล้ำมาตั้งแต่ยุคโบราณ คนร่ำรวยมั่งคั่งอำนาจล้นฟ้ามีเพียงหยิบมือในขณะที่คนยากไร้จนอดตายมีให้เห็นได้ทั่วไป ชนชั้นปกครองอยู่อย่างสุขสบายโดยเหยียบย่ำอยู่บนหยาดเหงื่อและเลือดของคนชั้นล่าง