นเยว่
เมื่อมาถึงก็ยืนนิ่งและสูดหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์ตื่นเต้น ก่อนจะค่อย ๆ ผลักประตูเปิดออกและก้าวเข้าไปในห้อง
“กลับมาแล้วเหรอคะ?” เมื่ออู๋ซินเยว่เห็นเขาก็ยิ้มกว้างราวกับดอกไม้บาน
ลูกชายในอ้อมแขนดิ้นไปมาและร้องไห้โยเย
“ครับ กลับมาแล้ว”
โจวอี้เดินไปยังข้างเตียงและยื่นมือไปหา “ลูกร้องไห้ทำไม เขาหิวหรือเปล่า?”
“อืม ได้เวลากินนมแล้วค่ะ” เธอบอกพร้อมสีหน้าแดงเรื่อ
ปกติแล้วเธอจะให้ลูกกินนมผง
ทว่าตอนนี้เธอไม่ได้เตรียมนมผงเอาไว้ แต่ตั้งใจจะให้ลูกชายดูดนมจากเต้า
แต่ในจังหวะที่จะลงมือ โจวอี้ดันกลับมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว
“งั้นคุณก็รีบให้เขาเถอะครับ อย่าปล่อยให้ลูกหิวเลย” โจวอี้ผละมือออก ทว่าสายตายังจับจ้องไปยังใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกชาย
ทันใดนั้น เขาก็ถามออกมาราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ลูกเกิดมาได้กี่วันแล้วครับ?”
“วันนี้เข้าวันที่สิบสี่แล้วล่ะ” เธอตอบ
“สิบสี่วันแล้ว ทำไมถึงตัวใหญ่ขนาดนี้? คุณผ่าคลอดเหรอครับ?” โจวอี้ถาม
“ฉันคลอดธรรมชาติ”
“ธรรมชาติ…”
เขางุนงงไป
อู๋ซินเยว่ลูบหลังลูกชายคล้ายกับกำลังปลอบพลางยกยิ้มลำบากใจ “คุณออกไปก่อนดีไหม ตอนนี้ฉันขอให้นมลูกก่อน เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
“คุณป้อนไปเถอะครับ ผมจะอยู่ที่นี่ไม่รบกวนคุณ” โจวอี้ไม่อยากออกไป
“คุณ…”
“ป้อนเขาเลยครับ! เรามีลูกด้วยกันแล้ว คุณออกจากชีวิตผมไปไหนไม่ได้หรอกครับ” โจวอี้เอ่ยหน้านิ่ง
หญิงสาวยิ่งหน้าแดง แววตาเขินอายมีหยาดน้ำเอ่อคลอ
เมื่อ