นแหละ หนึ่งคือฝึกยุทธ์ สองคือคุ้มกันค่ายกลของเทียนจี ไม่ได้เรียนหรือมีคุณสมบัติจะเรียนทักษะญาณหยั่งรู้หรอก” ดาบดาราหนึ่งอธิบาย
โจวอี้ถึงกับพูดไม่ออก
เขารู้สึกว่าผู้อาวุโสทั้งสี่คนนี้ใช้ชีวิตเหมือนจ้านหลิงอวิ๋น นอกจากฝึกยุทธ์ คุ้มกันโลกตงเทียน สู้กับเผ่าต่างดาวแล้ว ชีวิตก็ไร้รสชาติอื่นใด
“ไปต่อลึกกว่านี้กันครับ!” โจวอี้บอก
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ทั้งพวกเขาเจ็ดคนก็ได้พบกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ทว่าคนเหล่านั้นกลับกลายเป็นศพไปแล้วทั้งสี่ศพ
“คนจากสำนักบู๊ตึ๊งนี่” จ้านเฟิงตรวจดูศพทั้งสี่แล้วเอ่ยเสียงเบา “พวกเขาถูกฆ่าตายด้วยอาวุธแหลม มีร่องรอยการต่อสู้อยู่ คงมีคนดักซุ่มอยู่ที่นี่และปล้นทุกอย่างไปจากพวกเขา”
“ฆ่าแล้วปล้นเหรอครับ?” โจวอี้นิ่วหน้าถาม
“น่าจะเป็นอย่างนั้น!”
“ที่ท่านอาพูดมาก็น่าจะจริงนะครับ หลังจากเข้ามาที่นี่ สิ่งแรกที่ต้องระวังก็คือคน แล้วค่อยไประวังอันตรายจากสุสานมังกร ทุกคนระวังตัวกันไว้นะครับ ในเมื่อฆาตกรกล้าฆ่าคนจากสำนักบู๊ตึ๊ง ก็แปลว่าคงมีจำนวนคนเยอะและแข็งแกร่งมาก”
“อืม!”
ทุกคนพยักหน้า
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าคนที่อยู่ที่นี่อย่างมากก็มีเพียงระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ทว่าความต่างระหว่างขั้นสูงต้นและขั้นสุดท้ายของระดับนี้ก็มีมากเช่นกัน
คนที่อยู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์บางคนฝึกมานับร้อยปีแต่ก็ยังไม่ก้าวหน้า ทว่าวิชาที่สั่งสมมาเป็นร้อยปีก็ทำให้เชี่ยวชาญและมีทักษะการฆ่าที่ประมาทไม่ได้
ทั้งเจ็ดคนเ