อน” เธอหัวเราะใส่จงหลี่
“เข้ามาเลยครับ!”
จงหลี่สูดหายใจเข้าลึก และจดจ่อกับการรวบรวมพลังปราณ เขารู้อย่างหนึ่งคือไม่อาจทุ่มสุดแรงเพื่อเอาชนะคุณหนูได้ แต่ต้องทำตามคำสั่งเจ้านายที่ต้องการสอนลูกสาวและทำให้เธอไม่คิดเหลิง
ฟิ้ว!
หมัดหนึ่งพลันพุ่งมาถึงตัว
สายตาของจงหลี่ปราดเปรียว เขาสวนหมัดโต้กลับไปทันที ร่างของเขายังคงไม่ขยับ ในขณะที่โจวเหมียวเหมี่ยวถูกโจมตีจนถอยไปไกลหลายเมตร เมื่อลงมาถึงพื้นก็ตีลังกาและยืนซวนเซก่อนจะถอยไปหลายก้าวอย่างทรงตัวไม่อยู่
“คุณหนู ต่อสิครับ” จงหลี่บอกเสียงเรียบ
“ได้!”
โจวเหมียวเหมี่ยวรู้ว่าตนเองเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ตัวจริงแล้ว เธอจึงเหวี่ยงแขนที่ยังคงชาและพุ่งตัวไปหาจงหลี่อีกครั้ง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เธอออกหมัดและก้าวเท้าด้วยกำลังปกติ ทว่าทุกครั้งกลับถูกจงหลี่กันไว้ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีหลายครั้งที่จงหลี่ยกมือผลักไหล่ หลัง และขาของเธอ แม้ว่าจะไม่เจ็บมากแต่ก็รับรู้ได้ถึงแรงนั้น
อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป
เธอสู้ด้วยไม่ไหวอย่างแน่นอน
“หนูสู้ไม่ไหว! หนูสู้ไม่ไหวแล้วค่ะ!” เธอโวยวายขณะสะบัดแขนที่เจ็บเพราะแรงกระแทก
“เหมียวเหมี่ยว จงหลี่อยู่ระดับกึ่งปรมาจารย์ ดังนั้นการสู้กับลูกอาจจะเป็นการรังแก” โจวอี้พูดจบก็ชี้ไปทางชายหนุ่มอีกคนข้างตัวและพูดว่า “คนนี้อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลาย ลูกลองสู้กับเขาก็แล้วกัน”
ผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลายอย่างนั้นหรือ?
มันก็ยังสูงกว่าระด