วไปในทันที
ชิวหยวนสูดหายใจลึก ๆ สะกดความอิดออดไว้ในใจ ก่อนจะหันไปมองเจียงผิงอันด้วยสายตาเฉยชา
“ปัวซือสินะ ปกป้องข้าดี ๆ ล่ะ ไว้ข้าจะให้ปู่ข้าสอนวรยุทธ์เซียนระดับสูงให้”
ในสายตาเขา เจียงผิงอันก็เป็นเพียงว่าที่คนตาย ไร้จำเป็นต้องให้เกียรติอะไร
“นายน้อยมิต้องห่วงขอรับ นอกจากข้า จะไม่มีใครได้เข้าใกล้นายน้อยแน่นอน!”
เจียงผิงอันแสยะยิ้มอยู่ในใจ
หากมิใช่เพราะ ‘วิชาอำพรางสรวง’ เปลี่ยนรูปลักษณ์อำพรางปราณของเขาไว้ ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว
ส่งเซียนมนุษย์มาจัดการกับเขา ช่างไว้หน้ากันเสียจริง
เจียงผิงอันอยากฆ่าชิวหยวนเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่ลงมือตอนนี้คงยากไป
ชิวหยวนมียันต์คุ้มกายที่ชิวซื่อผิงให้ไว้อยู่กับตัว รับการโจมตีจากเซียนมนุษย์ยังได้
หากฆ่าไม่ได้ อีกฝ่ายก็น่าจะหนีทัน ปัญหาจะตามติดมาแน่
ยามนี้ต้องหาทางให้ชิวหยวนใช้ยันต์นี่ไปให้ได้ก่อน
“กลับทัพหน้ากัน ทัพหน้าให้ข้าพักเพียงครึ่งปีเท่านั้นแหละ”
เมื่อนึกถึงอันตรายที่ทัพหน้า ชิวหยวนก็ขวัญสะท้านหวาดผวาแต่ก็ยังต้องกลับไปอยู่ดี
หากหนีทัพยามใด เขาจะถูกทัณฑ์รับใช้กองทัพพันปี ไม่ก็ประหาร
ขณะนั้นเอง อำนาจเซียนสายหนึ่งพลันแผ่ขึ้นมาจากใต้ธารทมิฬ
ชิวหยวนซึ่งกำลังจะจากจรหยุดฝีเท้า หันไปทางธารทมิฬทันที
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับนายน้อย?” เจียงผิงอันถาม
แน่นอน เขารู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อวตารของเขาใต้ธารทมิฬจงใจเผยปราณเซียนออกมานิดหน่อยเอง
เขาอยากพาชิวหยวนลงไปในธา