มือนว่าอีกฝ่ายจะไม่มีแรงเหลือที่จะพูด พวกเขาเพียงพยักหน้าให้โจวอี้ จากนั้นก็เดินไปด้านข้างและนั่งขัดสมาธิลง พร้อมที่จะกู้คืนพลังที่ใช้ไปกับบันไดสวรรค์
ทันใดนั้น ถงหู่ก็คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แต่ก็ยังไม่เป็นผล ร่างของเขาล้มลงกับพื้นอย่างแรงแล้วกลิ้งลงไป
ระหว่างกลิ้งลงมา เขาเหลือบมองไปทางยอดเขา
เขาเห็นโจวอี้และหลันเสวียน
การมองอย่างแม่นยำนี้ทำให้สีหน้าของเขาตกตะลึงและเผยความสุขออกมาผ่านแววตา
โจวอี้มองดูถงหู่กลิ้งลงไปที่เชิงเขาและพยายามที่จะลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรมาก เขาก็วางใจ และหันไปเอ่ยกับหลัยเสวียน “ไปกันเถอะ!”
“อืม!” หลันเสวียนพยักหน้า
ในไม่ช้า พวกเขาก็พุ่งลงไปในหุบเขาใต้บันไดสวรรค์แห่งภูเขาลูกที่ห้า
เวลานี้มีชายหญิงทั้งหมด 14 คน
เมื่อพิจารณาจากอายุของพวกเขา มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในวัยยี่สิบ ส่วนคนอื่น ๆ นั้นน่าจะอยู่ในวัยสามสิบหรือสี่สิบ
อย่างไรก็ตาม โจวอี้ก็พบคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง
ตัวอย่างเช่นถังหลินเฟิง หลิวกวนเฟิง และจูเก่อฉิวที่กลมเหมือนลูกบอล
“โจว… พี่โจว” เมื่อเห็นโจวอี้ ถังหลินเฟิงก็ดูลุกลี้ลุกลน
“ถังหลินเฟิง ทำไมนายไม่ปีนบันไดสวรรค์” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งวัน” ถังหลินเฟิงพูดพร้อมกับหัวเราะแห้ง
“อืม!”
โจวอี้มองไปที่บันไดสวรรค์ แต่เขาไม่เห็นใครอยู่บนนั้น
หลังจากผ่านบันไดสวรรค์ทั้งสี่ก่อนหน้านี้มาแล้ว เขาก็รู