บทที่ 63 แมวแสร้งร้องไห้ทำเป็นเห็นใจหนู
“แค่ก ๆ” เฝ่ยมาป้องมือไอค่อกแค่ก ใบหน้าแดงระเรื่ออย่างคนสุขภาพไม่ดี
แก้มตอบ โหนกแก้มเด่น และคิ้วเข้ม
“คุณพ่อ เป็นอะไรไหมคะ” เฝ่ยชิงรั่วส่งถ้วยน้ำชาให้เฝ่ยมาด้วยความห่วงใย
“เพิ่มอุณหภูมิฮีตเตอร์หน่อย” เฝ่ยมาผลักถ้วยชาออก และสั่งเฝ่ยชิงรั่วด้วยเสียงแหบห้าว
แม้อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศจะตั้งไว้ที่สามสิบสององศา แต่เขาก็ยังตัวสั่นอยู่บ้างเป็นครั้งคราว
เห็นได้ชัดว่าสภาพของเฝ่ยมาดูแปลกไป เฝ่ยชิงรั่วจึงตื่นตระหนกและหวาดกลัว “พี่ใหญ่ พ่อเป็นอะไรไป”
เฝ่ยอวี้ส่ายหัวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พี่ไม่รู้ หมอมาตรวจแล้ว แต่ไม่พบอะไร”
“เขากำลังจะตาย” เสียงหนึ่งดังมาจากระยะใกล้
เฝ่ยชิงรั่วหันขวับ พลันเห็นผู้ชายในชุดคลุมนักพรตเต๋าเดินเข้ามาในห้องช้าๆ เธอพูดด้วยความประหลาดใจ “อาจารย์หลิน ทำไมคุณถึงมาที่นี่คะ?”
ทว่าเฝ่ยอวี้กลับถามขัดขึ้นทันใด “อาจารย์หลิน พ่อของผมอายุยังน้อย เขาจะตายได้ยังไง”
ครอบครัวเฝ่ยยังคงต้องพึ่งพาเฝ่ยมา หากอีกฝ่ายล้มป่วย ตระกูลเฝ่ยย่อมปั่นป่วน
“เฝ่ยไป๋ลู่มีชะตากรรมแปดลักษณ์ผลาญหกชั่วโคตร ทั้งพ่อและแม่บุญธรรม รวมถึงเฝ่ยมา ทุกคนล้วนกำลังถูกเฝ่ยไป๋ลู่พรากชีวิต” อาจารย์หลินสะบัดแขนเสื้อ เผยขวดขนาดเล็กในฝ่ามือ “นี่คือสิ่งที่จะช่วยชีวิตเฝ่ยมาได้”
เฝ่ยชิงรั่วหยิบขวดขนาดเล็กนั้นขึ้นมา เปิดฝาแล้วดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที
ข้างในมีแมลงสีขาวหัวเท่าเมล็ดถั่ว