าบาลมาตั้งนาน มีแค่คุณเฝ่ยคนเดียวที่วิ่งไปวิ่งมาคอยดูแล ไม่เห็นจะมีญาติคนไหนมา แล้วน้องชายคนนี้โผล่มาได้ยังไง”
เฝ่ยไป๋ลู่ออกจากลิฟต์มาก็ได้ยินนางพยาบาลซุบซิบกัน
น้องชาย? พ่อแม่บุญธรรมมีเธอเป็นลูกคนเดียว แล้วน้องชายเธอมาจากไหน???
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจ… ตระกูลเฝ่ย
เฝ่ยไป๋ลู่ใจร่วงถึงตาตุ่มทันที
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจว่าจะถูกเปิดเผยหรือไม่ เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ย่องไปที่ห้องพักคนไข้อย่างรวดเร็ว
นางพยาบาลรู้สึกเหมือนมีลมพัดมาอย่างแรง พวกเธอมองหน้ากัน “เมื่อกี้ใช่คุณเฝ่ยไหม”
“น่าจะใช่นะ เดินอย่างไว”
ลมระลอกหนึ่งพัดมาทางพวกเธอ พยาบาลทั้งสองยืนงง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ฉิบหาย รีบไปกันเถอะ ไม่งั้นซี้แหงแก๋”
พยาบาลอีกคนพยักหน้าเห็นด้วย
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดประตู ทันใดเธอเห็นเฝ่ยเฉิงนั่งอยู่หน้าเตียง
เฝ่ยเฉิงทักทายเธอด้วยความประหลาดใจ “มาแล้วเหรอ…”
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เต็มไปด้วยความโกรธ “นายมาทำอะไรที่นี่ ออกไป!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฝ่ยเฉิงแข็งทื่อทันที ท่าทางแข็งกร้าวของเธอทำให้เขาจุกอกจนหายใจไม่ออก “ยังไงเธอก็เป็นพี่สาวฉัน ฉันจะมาดูพ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงเธอก็ไม่เห็นเป็นไรนี่”
เขาอยากรู้ว่าสามีภรรยาคู่นี้เป็นคนยังไงถึงทำให้ไป๋ลู่ยอมตัดขาดกับตระกูลเฝ่ย
หรือความมั่งคั่งของครอบครัวเฝ่ยไม่สามารถสนองความต้องการของเธอได้อย่างนั้นเหรอ?
เธอไม่ต้องการอยู่กับญาติที่แท้จริงของตัวเองหรือยังไง?
“ฉันรู้มานานแล้วว่านายเป็นยั