“หายนะอะไร?”
เหมียวเสียเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหวังหยางก็ลดไหสุราจากปากถามอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
หวังหยางเอ่ยเสียงเข้ม “หลังการตรวจสอบ พลังทั่วทั้งซากเทพโบราณแห่งนี้กำลังถดถอย ราวถูกอะไรบางอย่างสูบกลืน ข้าสงสัยว่า…”
หวังหยางเว้นช่วงเล็กน้อย จึงเฉลยสิ่งที่ตนคาดเดาไว้ “ข้าสงสัยว่าเทพโบราณกำลังจะฟื้นตัว”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”
ฟังถึงตรงนี้ เหมียวเสียก็อุทานขึ้นทันที ขุนเขาคู่ตรงหน้านางสะเทือนเทิ้มราวได้ยินเรื่องบางอย่างอันร้ายแรงยิ่ง
“เทพโบราณอะไรหรือ?”
เจียงผิงอันซึ่งอยู่ถัดไปได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็แสนงุนงง
หวังหยางตอบกลับ “สถานที่ที่เรายืนอยู่ยามนี้ แท้จริงเป็นซากสิ่งมีชีวิตร่างหนึ่ง เราเรียกกันว่าเทพโบราณ ร่างของมันใหญ่โตเกินดารา เอื้อมมือคว้าก็เด็ดดาวลงได้”
“ที่แท้นี่ก็เป็นซากศพร่างหนึ่ง…” ม่านตาของเจียงผิงอันสะท้านรุนแรง
สิ่งนี้ย ้าเตือนเขาถึงหมึกสิบแปดกรในเขตหวงห้ามเหวลึกซึ่งใหญ่โตเทียบจักรดารา เพียงสะบัดหนวดสักเส้นก็ขยี้ดวงดาวได้มากมาย
สิ่งที่เรียกว่าเทพโบราณนี้ก็น่าจะใหญ่โตเช่นนั้น
หวังหยางพูดต่อ “ในทุกภพภูมิล้วนมีตัวตนน่าสะพรึงกลัวบางอย่างก่อเกิด ตัวตนเหล่านี้แบกรับจำนงของภพภูมิ แม้มิอาจฝึกฝน แต่ก็เติบโตเป็นโลกาอันมโหฬารน่าสะพรึงกลัวยิ่งได้”
“บางตัวตนเทียบได้กระทั่งกับเซียนสวรรค์ ความแข็งแกร่งเลิศล ้าสุดขั้วยิ่ง”
“ยามเราค้นพบโลกใบน้อยแห่งนี้ เราก็พบว่าซากเทพโบราณตนนี้ตกตายมา