ด้ส่งโจวอี้มาหาเธอ
โจวอี้ไม่ได้ห้ามเธอร้องไห้ ตอนนี้การร้องไห้ดัง ๆ เป็นหนทางการระบายอารมณ์ที่ดีที่สุดของเธอ
ในที่สุด เธอก็เลิกร้องไห้ก่อนจะปล่อยมือจากโจวอี้ และเอ่ยเสียงแผ่วเบาทั้งที่น้ำตาคลอ “ฉันฆ่าคนนะคะ พวกเขายอมปล่อยฉันไปจริงเหรอคะ?”
“อื้ม!” โจวอี้พยักหน้าให้
“เราไปได้เลยเหรอคะ?” เธอถามย้ำ
“ไปได้สิครับ!”
เขาตบบ่าเธอและหันหลังเดินไปด้านนอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็ก้าวตามเขาไป
ณ บริเวณด้านนอกคุก
จางหม่านเยว่มองเฉินอันฉีพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่าในใจแอบนึกอิจฉาอีกฝ่าย
เธอพอจะคาดเดาได้ เฉินอันฉีเคยเป็นแค่คนธรรมดา ตอนนี้ฝึกยุทธ์มาระยะหนึ่งแล้ว หญิงสาวคนนี้เรียนวิชายุทธ์มาจากไหน ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้
คงเป็นโจวอี้ที่สอน เรียกได้ว่าเฉินอันฉีเป็นหนูตกถังข้าวสาร ต่อไปนี้คงมีโจวอี้คอยปกป้อง และคงมีชีวิตสุขสบายไปตลอดชีวิต
“น้อง…น้องโจว วันนี้เราไปดื่มกันไหม? หรือว่า…” เกาเจี้ยนหลิงละล้าละลังถามขึ้น
“ไปกันครับ! ผมกับหม่านเยว่มาจากจินหลิง ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นกันเลย!” โจวอี้ยิ้ม
“งั้นก็ไปกันครับ!”
เฉินอันฉีเดินตามโจวอี้ไปด้วยท่าทีตื่นตระหนก เธอเห็นชายกำยำถืออาวุธอยู่ริมทางเดิน รวมถึงคนที่พาตัวเธอมาที่นี่ด้วย
ทว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนแต่ก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโจวอี้ที่เดินนำหน้าหรือชายวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ พวกเขาถึงได้ดูนอบน้อมกันขนาดนี้
ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ตามโจวอี้ขึ้นรถ ระ