ี่ยนใส่ตัวเจียงผิงอันราวพายุโหม หามีการออมมือใดไม่ เขามาเพื่อฆ่าเจียงผิงอันอยู่แล้ว
ทุกการโจมตีที่ถูกร่างจะทิ้งแผลโชกเลือดจากกฎเกณฑ์ไว้ร่างกายเจ็บปวดแสบร้อน
ที่อัฒจันทร์ผู้อาวุโส ชิวซื่อผิงซึ่งมองอยู่ยกมุมปากใต้หนวดเคราขึ้นอย่างเกินควบคุม
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันเอาชนะเซวียจวิ้นไม่ได้เลย
คราวนี้ก็เหลือแค่ให้เซวียจวิ้นฆ่าเจียงผิงอันเสีย
ชิวซื่อผิงหันไปกล่าวกับเหมียวเสีย “หลานสาวคนดี ดูเหมือนข้าจะโชคดีกว่านะที่เดิมพันถูกคน เจ้าอาจต้องเสียศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งให้ข้าแล้วล่ะ”
“เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเจียงผิงอันจะแพ้?”
เหมียวเสียไม่เหลือท่าทีเมามายเหลวแหลก มองการต่อสู้นี้อย่างเคร่งขรึม
ชิวซื่อผิงเท้าแก้มแย้มยิ้ม “มิใช่เห็นชัดเจนแล้วหรือ? เจียงผิงอันจะชนะได้อย่างไร…”
ทว่า วาจามิทันสิ้นประโยค เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง เสียงของเขาจึงหยุดลงกลางคัน
เขาเห็นว่าจู่ ๆ เจียงผิงอันซึ่งเลี่ยงถอยอย่างต่อเนื่องก็หยุดฝีเท้าร่างถูกเคลือบฉาบด้วยวิญญาณศึกสีดำ แส้ซึ่งโบยเข้าใส่ตนสะท้อนกลับออกไป
ปราณบนตัวเจียงผิงอันเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน สัมผัสพลังอันเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างชัดเจน
ม่านตาของเซวียจวิ้นหดตัว เขาสัมผัสได้ว่าขณะนี้เจียงผิงอันผิดปกติยิ่ง จึงเหวี่ยงแส้โบยลงสุดกำลัง
เจียงผิงอันมิได้ถอย แต่กลับเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงแส้ของเซวียจวิ้นไร้โอกาสได้สะบัดโบย หมัดซ้าย ‘ป่วนบรรพ์’ หมัดขวา ‘สยบปีศา