“เจียงผิงอัน!”
เหมียวเสียรีบสร้างอาภรณ์ของนางขึ้นใหม่แล้วออกหมัดชกหมัดอันน่าสะพรึงกลัวของนางเปรียบประหนึ่งมังกรคำรน ส่งเจียงผิงอันปลิวกระเด็นไปสิบกว่าลี้ทันที
ร่างของเจียงผิงอันทะลวงบรรพตไปหลายลูกกว่าจะหยุดได้ การป้องกันของวิญญาณศึกและอัสนีหยินหาช่วยอะไรไม่ พวกมันสลายไปทันที
แน่นอน เหมียวเสียมิได้ลงมือหมายสังหาร
เจียงผิงอันเช็ดเลือดจากมุมปาก หวนทบทวนสำนึกเงียบ ๆ “ต่อหน้าอำนาจเด็ดขาด ต่อให้เข้าสู่สภาวะลืมตัวตนก็ไร้ประโยชน์ ยังห่างไกลยิ่ง เส้นทางการฝึกฝนแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…”
เมื่อได้ยินเจียงผิงอันพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าของเหมียวเสียก็กระตุก แผดเสียงออกมาว่า “เจ้าคนชั่วนี่ จนป่านนี้ยังคิดแต่เรื่องสู้อีก!”
เหมียวเสียทะยานเวหาเข้าไปโจมตีเจียงผิงอัน อยากจะระเบิดหัวสุนัขของชายผู้นี้เสีย
นางมีต้นตอโทสะสองประการ หนึ่งเพราะหมัดเมื่อครู่ของเจียงผิงอันทำอาภรณ์นางขาดเละ อีกหนึ่งคือแม้ชายผู้นี้เห็นเรือนร่างนาง แต่ก็หาได้สนใจ ยังคิดแต่จะฝึกฝน นี่ดูแคลนนางอยู่หรือ?
ต่อหน้าการโจมตีอันรุนแรงของเหมียวเสีย หัวใจของเจียงผิงอันสะท้านสะเทือน ศิษย์พี่หญิงตั้งอกตั้งใจเพียงนี้ก็เพื่อพัฒนาเขา
จะทำร้ายน ้าใจศิษย์พี่หญิงมิได้ ต้องตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาตัวเองอย่างถึงที่สุด
เจียงผิงอันเข้าสู่ ‘สภาวะลืมตัวตน’ อีกครั้ง และใช้สัญชาตญาณต่อสู้มาปราชัน
เมื่อกาลผ่าน เขาก็ค่อย ๆ ชำนาญในพลังนี้
ในสภาวะนี้ วิญญาณศึกของเขา