“ทำไมถึงช่วยเจ้า? เจ้าอายุมากกว่าข้ายังต้องถามเช่นนี้หรือ?”
เหมียวเสียโคลงขวดสุรา เอ่ยขึ้นเนิบ ๆ “ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด ก็ต้องมีเส้นสายจึงอยู่รอด”
“เหตุใดจึงมีบ้านเมือง เผ่าสกุล สำนักทั้งหลายอยู่? เพราะคนจะอยู่ดีมีสุขได้ก็ต้องช่วยเหลือกันอย่างไรเล่า”
“ทำไมสำนักจึงรับศิษย์? มิใช่เพื่อให้สำนักแข็งแกร่งขึ้น ให้ทุกคนมีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยหรือ?”
“เหตุผลที่ข้าช่วยเจ้า พูดจาให้ดูดีที่สุดก็เพื่อสำนัก หรือพูดให้ฟังดูน่าเกลียดหน่อยก็คือยามเจ้าเติบโต เจ้าจะได้ช่วยเหลือข้ายามข้าต้องการ”
“เจ้าคงไม่คิดว่าข้ามีเจตนาแอบแฝง อยากทำร้ายเจ้าหรอกกระมัง?”
เจียงผิงอันอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มจืดเจื่อน “ขออภัยด้วยศิษย์พี่หญิง ข้าคิดมากเกินไป”
เขาตกเป็นเหยื่อแผนการสมคบคิดและกลอุบายมามากมายจนทัศนคติต่อผู้คนซับซ้อนยิ่ง
“ไม่ต้องมากความ อยู่ที่นี่ไปสักเดี๋ยว ข้าจะใช้ผลึกเซียนเพิ่มอีกชิ้น เจ้าชกข้าหมัดหนึ่ง ข้าจะสอนเจ้า…”
เปรี้ยง!
เหมียวเสียยังพูดไม่ทันจบ หนึ่งหมัดก็กระแทกใส่อกนางแล้ว
“ข้ายังพูดไม่จบโว้ย!”
เหมียวเสียแผดเสียงเยี่ยงมังกรคำรน
“ขออภัยด้วยศิษย์พี่หญิง ข้าไม่รู้ว่าเจ้ายังไม่พร้อม ศิษย์พี่หญิงอย่าดื่มสุราอีกเลยนะ มันจะส่งผลร้ายต่อปฏิกิริยาของเจ้าได้”
เจียงผิงอันรีบลดมือลง เขาหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายยังไม่พร้อม สตรีผู้นี้ใกล้ความเป็นเซียนกว่าเขา นางควรมีปฏิกิริยาฉับไวสิ
“เหลวไหล! เจ้าลอบโจมตีก