ันชัด ๆ!”
เหมียวเสียไม่ยอมรับว่านี่เป็นผลจากสุรา
นางค้อนชายตรงหน้าไปหนึ่งขวับแล้วไม่คิดมากความ หนึ่งวิญญาณศึกอันมีลักษณ์เหมือนนางทุกประการปรากฏขึ้นข้างกาย
วิญญาณศึกนี้เป็นสีทองทั้งกาย โอบล้อมด้วยรัศมีเจิดจรัสปราณแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าวิญญาณศึกนี้อยู่เพียงขั้นต้นของระดับเขตแดนเท่านั้น แต่กลับทำให้เจียงผิงอันรู้สึกกดดันอย่างหนักหนา
วิญญาณศึกสีทองอันห้าวหาญนี้แตกต่างจากเหมียวเสียผู้นั่งลงดื่มสุราบนพื้นลิบลับ
“วิญญาณศึกเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะของร่างศึก มิร่วมเป็นหนึ่งในกฎฟ้าดิน แต่เป็นจำนงมนุษย์แขนงหนึ่ง”
“วิญญาณศึกที่เจ้าสร้างเป็นเพียงบีบอัดควบคุมพลังจำนงสัประยุทธ์อย่างง่าย ๆ เท่านั้น มิได้ดึงพลังแท้จริงของวิญญาณศึกออกมาเลย”
“วิญญาณศึกที่แท้จริง จุดสนใจอยู่ที่วิญญาณ”
“ระหว่างการต่อสู้ ที่เจ้าควบคุมวิญญาณศึกให้ป้องกันสลับต่อสู้นั้นไม่ถูก เจ้าต้องใช้จำนงศึกในใจเจ้าขับเคลื่อนเจ้าให้ต่อสู้ อาศัยสัญชาตญาณการต่อสู้ประมือศัตรู…”
เหมียวเสียพูด วิญญาณศึกพลันจู่โจมเจียงผิงอันอย่างมิให้ตั้งตัวตั้งใจจะล้างแค้นให้ตัวเอง
เปรี้ยง!
การโจมตีนี้ไม่รุนแรง เจียงผิงอันยกหมัดขึ้นก็หยุดการโจมตีได้
“เจ็บใจจริง”
เหมียวเสียขัดเคืองใจยิ่ง นางลอบโจมตีไม่สำเร็จ ชายผู้นี้อยู่ในสภาวะพร้อมรับศึกตลอดเวลาเลยหรือ?
เหมียวเสียทำเหมือนตนมิได้ลอบโจมตี ยังคงทำทีชี้แนะต่อไป“เมื่อเจ้ามาถึงระดับนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เจ