เมื่อเหมียวเสียไล่ฟาดเหมียวจิ่งออกไป ในห้องก็เหลือเพียงเจียงผิงอันและเหมียวเสีย
เหมียวเสียยกมือกอดอก ปรายตาอันเย้ายวนมามองเจียงผิงอัน“อย่าไปฟังคำเพ้อเจ้อของตาเฒ่านั่นนะ ข้ามิได้คิดกับเจ้าเช่นนั้นอย่าเข้าใจผิดเชียว”
“เข้าใจแล้ว”
ดวงตาของเจียงผิงอันไร้ความหวั่นไหวใด ๆ
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเฉยชาเพียงนี้ เหมียวเสียก็ประหลาดใจ
ยามศิษย์ชายผู้อื่นเห็นนาง หากไม่ตะลึงก็เผยความหื่นกระหายคนผู้นี้เฉยชาสุขุม เหมือนหวังหยางผู้นั้นไม่มีผิด
หวังหยางฝึกฝนผดุงชีพพิทักษ์ธรรม ความคิดของเขาต้องเที่ยงธรรมเสมอ แต่เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านี่กัน?
“เจ้าคงมิใช่สัตว์ประหลาดเฒ่าที่ฝึกฝนมาเป็นหมื่น ๆ ปีแล้วหรอกกระมัง?”
มีเพียงผู้เฒ่าเหล่านั้นที่จะคงความเยือกเย็นไว้ได้ยามเผชิญสตรีเช่นนาง ได้ยินมาว่าผู้ฝึกตนจากภพล่างล้วนถูกกฎฟ้าดินจำกัดไว้การเคลื่อนขอบเขตของพวกเขาช้าอย่างยิ่ง เหมียวเสียจึงเดาไว้ว่าเจียงผิงอันต้องอายุมากยิ่ง
“เรียนศิษย์พี่หญิง ข้าอายุสองร้อยกว่าปี”
เจียงผิงอันตอบกลับ
“อายุน้อยจัง!”
คำตอบนี้ทำให้เหมียวเสียประหลาดใจเล็กน้อย
มาถึงขอบเขตเช่นนี้ได้ในอายุเท่านี้ได้ในภพล่าง เจียงผิงอันตรงหน้านางโดดเด่นล ้าเลิศจริงแท้
เหมียวเสียยกน ้าเต้าสุราขึ้นกรอกเข้าปากอีกอึก เรอออกมาอย่างไม่สนภาพลักษณ์ แล้วจึงถาม “การประลองนี้ เจ้าเอาอันดับหนึ่งมาได้หรือไม่?”
“เรียนศิษย์พี่หญิง ศิษย์น้องเป็นผู้ฝึกตนจากภพล่าง พรสวรรค์มีจำกั