“พวกผู้อาวุโสรีบร้อนไปไย ดู ๆ ไปก่อนสิ”
เหมียวเสียไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันอยู่ในระดับไหนแต่เขาไม่มีทางตกรอบไปง่าย ๆ แน่นอน
บนลานประลอง ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานถูกไล่ต้อนล่าถอยต่อเนื่อง ฝ่ามือซึ่งถือกระบี่ถลอกฉีก
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานรู้ว่าตนปราชันกำลังกับเจียงผิงอันมิได้มิอาจปะทะกับอีกฝ่ายตรง ๆ
เขาจึงใช้อำนาจเขตแดนกระตุ้น ‘พายุทรายกาฬทมิฬ’ ขึ้นมา
นี่เป็นวิชาพรางตาศัตรูซึ่งจะกระทบถึงสติรับรู้ของอีกฝ่าย
ขอเพียงผู้ฝึกตนเข้ามาในพายุทราย ระยะการมองเห็นรับรู้จะสั้นลง ส่งผลต่อการต่อสู้
การใช้วิชาเซียนสองครั้งก่อนเปลืองพลังมากเกินไป ไม่อาจใช้วรยุทธ์เซียนออกมาได้อีก เขาจึงทำได้เพียงใช้อุบายนี้ลอบโจมตี
เมื่อ ‘พายุทรายกาฬทมิฬ’ ปรากฏ เม็ดทรายทั่วผืนดินก็ถูกหอบพัด บดบังท้องฟ้ามืดทมิฬทั่วทิศ
ร่างของชายสวมหมวกไม้ไผ่สานเลือนหายไป เร้นกายในความมืดอย่างรวดเร็ว
“ในเขตแดนของข้า ข้าไร้เทียมทาน!”
เสียงของชายสวมหมวกไม้ไผ่สานดังจากขวามือของเจียงผิงอันแต่เขายังคงย่องเข้าหาจากข้างหน้า ทิศของเสียงเป็นเพียงตัวหลอก
กระบี่ยาวเสือกแทงเข้าใส่เจียงผิงอัน
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันโบยพลองใส่ร่างชายสวมหมวกไม้ไผ่สาน แล้วร่างของชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็เกือบขาดกลางดุจแผ่นกระดาษ
อวัยวะภายในแหลกเละ โลหิตสาดกระเซ็นจากปาก ล้มตึงลงกองกับพื้น
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานใช้วิชาละลายทราย ย่อยตัวกลายเป็นดินทรายได้ทันกาล จึงเลี่ยงบาดเจ็บซ ้