าซ้อนไปได้
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานกุมท้อง หัวใจเปี่ยมความตกใจระคนฉุกฉงน
“เขาเห็นข้าได้อย่างไร? ไม่น่าสิ ต้องบังเอิญแน่ ๆ!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานซ่อนตัวในความมืดอีกครั้ง หนนี้เขาย่องเข้าหาจากทางขวา
เปรี้ยง!
แล้วชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็ถูกพลองหวดกระเด็นไปอีกครั้งซี่โครงของเขาหักแตก ดวงตาเจียนกระเด้งจากเบ้า
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานพยายามลอบโจมตีหลายต่อหลายครั้งแต่สุดท้ายก็ถูกพลองโบยไม่เว้นวาง เจ็บปวดสุดแสนเหลือรับ
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าจะรู้ตำแหน่งของข้าได้อย่างไรกัน!”
อุบายเช่นนี้อาจใช้ได้กับผู้อื่น แต่สำหรับเจียงผิงอันผู้มีวิชาเนตรพิเศษ มันช่างไร้ประโยชน์ เสียปราณเซียนเปล่าโดยแท้
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานตระหนักแล้วว่าลูกไม้นี้ใช้กับเจียงผิงอันมิได้ จึงทำได้เพียงเลิกใช้วิชานี้ รักษาปราณเซียนไว้สู้กันซึ่งหน้า
“ข้าต้องยอมรับว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่หากคิดเอาชนะข้าละก็ไม่มีทาง! ปริมาณปราณเซียนที่เรากักเก็บได้นั้นต่างกันมหาศาลหากสู้กันเช่นนี้ต่อไป ผู้ชนะต้องเป็นข้าแน่นอน!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานพร้อมเผด็จศึกเจียงผิงอัน
หากอดีตศัตรูทั้งหลายของเจียงผิงอันได้ยินเข้า เกรงว่าคงได้หัวเราะจนคืนชีพกันแน่ ๆ
เทียบปริมาณการเก็บปราณกับเจียงผิงอัน? เจ้ากล้าดีมาจากไหน?
เจียงผิงอันมิได้ตอบ ใช้ ‘สิบสองกระบวนพลองมังกรทะยาน’ ไปอย่างไร้วาจา
พลองอันดุร้ายอหังการกระหน ่าโบย ร่ายรำทิ้งเงาติดตาพร่างนภา
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานกัดฟันปัดป้อง ร