อจนกว่าปราณเซียนของอีกฝ่ายจะเหือดแห้ง
ทว่าเมื่อกาลผ่าน ปราณเซียนของชายสวมหมวกไม้ไผ่สานแผ่วจางลงทุกที แต่เจียงผิงอันก็ยังใช้วรยุทธ์เซียนไม่หยุดพัก ดูไร้ความเหนื่อยอ่อนผ่อนแรงใด ๆ
“เจ้ายังมีปราณเซียนอีกเพียงไหนเนี่ย!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานอดแผดเสียงถามมิได้
เจียงผิงอันไม่ตอบ กล้ามแขนของเขาพลันพองตัว อักขระลึกลับทาบตัวบนพลอง ยามเหวี่ยงโบยลง เขตแดนพสุธาของชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็สั่นกระเพื่อมรุนแรง
กระบวนพลองที่สี่ของ ‘สิบสองกระบวนพลองมังกรทะยาน’ ถูกใช้ได้สำเร็จ
เมื่อประจักษ์ฤทธามหาศาลนี้ ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็ขวัญผวาจนรีบตะโกนขึ้นว่า “ข้ายอมแพ้!”
เปรี้ยง!
พลองหวดเฉี่ยวชายสวมหมวกไม้ไผ่สานไปฟาดลงพื้น พสุธาระเบิดกัมปนาท ทิ้งรอยยุบลึกสองลี้ไว้บนพื้นด้านใต้
เม็ดเหงื่อย้อยลงบนหน้าผากของชายสวมหมวกไม้ไผ่สาน มองชายตรงหน้าเขาอย่างขวัญเสีย
คนผู้นี้เป็นเยี่ยงเทพสงคราม ในมือถือพลองสีดำ เส้นผมดำปลิวไสว ทั่วกายให้บรรยากาศดุร้ายอหังการชวนขนลุก
“วิชาฝึกใจของเจ้าก็เป็นวรยุทธ์เซียน!”
ในสถานการณ์ทั่วไป ผู้ฝึกตนระดับเขตแดนซึ่งยังไม่บรรลุเขตแดนคนใดก็ไม่อาจมีการเก็บกักปราณเซียนมหาศาลได้เพียงนี้
เป็นไปได้สูงมากว่าคนผู้นี้จะมีวิชาฝึกใจระดับเซียน เขาจึงทนได้นานถึงเพียงนี้
เจียงผิงอันย่อมไม่อธิบาย พลองในมือสลายไป ขณะที่ตัวเขาเดินออกจากอาคม
ผู้อาวุโสทั้งหลายเผยสีหน้าแตกต่างกันยามเห็นชัยชนะของเจียงผิงอัน
“ไม่เลวจริง ๆ