เสียงซึ่งดังขึ้นกะทันหันนี้ทำให้การจับสลากชะงักไป
ทุกสายตาจับจ้องที่เจียงผิงอันและชิวซื่อผิง ต่างฝ่ายกลั้นใจมิกล้าหายใจแรง ด้วยกลัวจะพลาดเรื่องสำคัญอะไรไป
ชิวซื่อผิงเอ่ยเสียงขรึม “เจียงผิงอัน อย่ามาใส่ความทำลายชื่อเสียงตาเฒ่าผู้นี้ ตาเฒ่าผู้นี้มิเคยส่งใครไปฆ่าเจ้า”
ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาเรืองโรจน์ด้วยโทสะ นิ้วมือในแขนเสื้อกำแน่น
เขามิคาดว่าเด็กนี่จะกล้าดีจนเผชิญหน้าเขาตรง ๆ ทำให้เขาขายหน้าที่นี่
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเจียงผิงอันรู้แผนของเขาได้อย่างไร เขาก็ห้ามยอมรับมัน อีกฝ่ายก็ไม่มีหลักฐานด้วย
เจียงผิงอันชำเลืองชิวซื่อผิง “ข้าพูดเพียงว่าเรามีความแค้นต่อกัน พูดยามใดว่าเจ้าส่งคนมาฆ่าข้า เจ้ารู้ชื่อข้าได้อย่างไร?”
ใบหน้าเฒ่าชราของชิวซื่อผิงชะงัก โชคยังดีที่เคราของเขาปกปิดการเปลี่ยนสีหน้าไว้
เขาตอบกลับเสียงเบา “ตาเฒ่าผู้นี้ได้ข่าวเมื่อเดือนก่อน ว่าใครบางคนรายงานว่าตาเฒ่าผู้นี้ส่งคนไปฆ่าเจ้า และผู้ลงมือก็เป็นศิษย์ข้าเถิงชุน แต่สามเดือนก่อน ศิษย์อกตัญญูของข้าขโมยสมบัติจากข้าทรยศสำนัก ยามนี้สำนักก็ประกาศจับเขาอยู่”
“ที่เถิงชุนพบเจ้า มันเป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้ ไม่เกี่ยวอะไรกับตาเฒ่าผู้นี้เลย เจ้าเข้าใจตาเฒ่าผู้นี้ผิดแล้ว ส่วนที่ข้ารู้ชื่อเจ้าได้อย่างไรก็เพราะตาเฒ่าผู้นี้รู้สึกผิดเลยออกสืบเรื่องเท่านั้น”
คำอธิบายของชิวซื่อผิงฟังดูมีเหตุผล
เจียงผิงอันแค่นยิ้ม “ยังเสแสร้งไม่จบหรือ? ข้าล่วงเกินห