ลานเจ้าทำให้หลานเจ้าถูกลงโทษ เจ้าเลยส่งศิษย์มาฆ่าข้า แต่มีผู้ช่วยข้าฆ่าศิษย์เจ้า เจ้าเลยปล่อยให้ศิษย์เจ้ารับตราบาปไปเพื่อมิให้สาวถึงตัวเจ้าก็เท่านั้น”
“เจียงผิงอัน พูดอะไรก็เอาหลักฐานมา หากไม่มีหลักฐาน ตาเฒ่าผู้นี้จะรายงานเจ้าฐานหมิ่นประมาท ขับเจ้าออกจากสำนักเสีย!”
ร่างของชิวซื่อผิงระเบิดปราณเซียนอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ปวงชนในลานประลองขวัญผวาจนเงียบไป
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้ความกลัว “เช่นนั้นเจ้ามีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าศิษย์เจ้าเถิงชุนทรยศสำนักจริง ๆ เล่า? เจ้าก็พูดปากเปล่าเหมือนกันมิใช่หรือ”
“พอแล้ว”
หนึ่งในเหล่าผู้อาวุโสที่อัฒจันทร์พูดขึ้น
“เรื่องระหว่างพวกเจ้าละไว้ก่อน หลังประลองก็ไปโถงคุมกฎ มีหลักฐานใดก็นำมาแสดง สำนักจะไม่ผิดต่อผู้ใด ยามนี้ประลองก่อนอย่าให้ผู้อื่นเสียเวลาเลย”
ไม่มีผู้ใดคาดถึงว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น เด็กนี่กล้าจริง ๆ ที่รายงานผู้อาวุโสต่อสาธารณะ
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะผู้อาวุโสทั้งหลายบนอัฒจันทร์ “ผู้อาวุโสทุกท่าน ศิษย์ขอวอนอย่างจริงจัง ให้ผู้อื่นมาดูแลการจับสลากแทนเถิดขอรับ”
“จากความเข้าใจของศิษย์ต่อคนชั่วช้าน่ารังเกียจเช่นนี้ คนผู้นี้ต้องแอบให้คนของตัวเองปะปนในหมู่ศิษย์มาจัดการกับศิษย์แล้วเป็นแน่”
“หากให้เจ้าเฒ่าเช่นนี้มารับหน้าที่จับสลาก ชีวิตของศิษย์จะอยู่ในอันตรายขอรับ!”
ที่เจียงผิงอันพูดเช่นนี้ออกมา มิใช่เพราะอยากทำอะไรชิวซื่อผิงจริง ๆ แต่เพื่อความปลอ