ื่อผิงแปรเปลี่ยน เขามิได้ตอบ นั่งกลับลงบนที่นั่งตน
เขาหวังเพียงให้เจียงผิงอันตายในลานประลองไปเสียเดี๋ยวนี้ หากเจียงผิงอันกลายเป็นศิษย์ของเหมียวจิ่งไปจริง ๆ ภายหน้าก็ไร้หนทางลงมือกับเจียงผิงอันได้อีกแล้ว
“ข้าเพิ่งเคยเห็นชายใดหาญกล้าเพียงนี้ก็ครั้งแรก” เหมียวเสียซึ่งยังถือน ้าเต้าสุรามองจ้องมาที่เจียงผิงอันด้วยดวงตาพราวระยับ
นางเคยพบบุรุษผู้โดดเด่นมามากมาย แต่ยากนักจะพบบุรุษใดหาญกล้าดูหมิ่นเซียนโดยไร้ผู้หนุนหลัง
มันดูโง่เง่า แต่ก็เป็นวิธีปกป้องตัวเองที่ดีที่สุด
หากเจียงผิงอันมีอันเป็นไปโดยมิอาจอธิบาย เช่นนั้นนามแรกที่จะปรากฏแก่ทุกความคิดก็จะเป็นชิวซื่อผิง
เพื่อบรรเทาสถานการณ์ ผู้อาวุโสคนหนึ่งจึงเปลี่ยนประเด็นถามผู้อาวุโสคนอื่น ๆ “ศิษย์ผู้ใดมีหวังได้อันดับหนึ่งในลานประลองนี้ที่สุด?”
“หยางหลวนผู้นั้นมีโอกาส”
“เซียวเยว่ก็มีโอกาส นางมีพรสวรรค์มากทีเดียว แต่ข้ารับนางเป็นศิษย์ล่วงหน้าแล้ว อย่าแย่งข้าเชียว” ผู้อาวุโสหญิงนางหนึ่งเอ่ยยิ้มๆ
ผู้อาวุโสมากมายมีผู้ที่ตนคาดไว้แล้วว่าจะได้อันดับหนึ่งในลานประลองนี้
ไม่หยางหลวนก็เซียวเยว่
“เจียงผิงอันจะได้อันดับหนึ่ง” เหมียวเสียพลันเอ่ยปาก
ผู้อาวุโสทั้งหลายดูงุนงง
“ตัดสินจากคลื่นพลังกฎเกณฑ์บนตัวเจียงผิงอัน เขาเพิ่งบรรลุระดับเขตแดนได้ไม่นาน ไม่ว่าพรสวรรค์ของเขาจะดีแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบผู้ฝึกตนที่เข้าสู่ระดับขอบเขตแล้วได้หรอก”
“นอกจากนั้น เขายังมาจากภพ