์ฝึกฝน
“จบสิ้นแล้ว ข้าเพิ่งเข้าสำนักในได้ไม่กี่วัน ยังไม่บรรลุวิชาเซียนเลย จะเอาอะไรไปสู้กับผู้อื่นได้?”
“ข้าจะติดสิบอันดับแรกให้จงได้!”
“ในการประลองนี้ ข้าจะทำให้ปวงชนตื่นตะลึง จดจำชื่อของข้าไว้!”
ศิษย์บางผู้ฮึกเหิมสุดแสน ขณะที่บางคนอ่อนใจร้อนรน ไม่ว่าจะรู้สึกเช่นไร ศิษย์เหล่านี้ก็ยังต้องมุ่งหน้าสู่สมรภูมิตาม ๆ กัน
“ลูกพี่! ลูกพี่! ถึงเวลาประลองแล้วนะ!” หยางหลวนตะโกนบอกเจียงผิงอันเสียงดัง
“ข้ามิได้หูหนวกน่า”
เจียงผิงอันลุกขึ้นช้า ๆ ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด
แม้ศิษย์บางคนจะเรียนวรยุทธ์เซียน แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนไร้สังกัดในโลกภายนอก แต่การติดร้อยอันดับแรกก็ไม่น่ายากนัก
“ลูกพี่ เรามาทำให้ปวงชนตกตะลึงด้วยกันเถอะ!” หยางหลวนคันไม้คันมือยิ่ง
“ไม่ว่าอย่างไร เจ้าอย่าได้ทำตัวเด่นดัง เจ้าจะกลายเป็นเป้าโจมตีเก็บไพ่ตายไว้กับตัวเสมอ พยายามอย่าใช้มันจนกว่าจะถึงวิกฤติเข้าตาจน เจ้าจะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น”
เจียงผิงอันเห็นท่าทางซื่อบื้อของเจ้าเพี้ยนนี่แล้วก็อดพูดสักหน่อยมิได้
“ลูกพี่ไม่ต้องห่วง ข้าเข้าใจเรื่องนี้อยู่ พี่หญิงบอกข้าแล้ว ยามนี้ข้ามีไพ่ตายกับตัวสามอย่าง ศัตรูไม่รู้หรอก”
หยางหลวนทำท่าทางเหมือน ‘ข้านี่ซ่อนฝีมือมิดเสียจริง’
เจียงผิงอันผ่อนหายใจยาวเหยียด ดูเหมือนไพ่ตายที่ครอบครัวเขาให้ไว้จะแข็งแกร่งมาก พวกเขาจึงถึงกับปล่อยเจ้านี่ออกมาสัญจรลำพังได้