มีเวลาก็ไปฝึกฝนเถอะ”
“อย่างนั้นไม่ได้นะ ยามข้าออกจากบ้าน พี่หญิงของข้าบอกว่าคนอย่างข้าโดนหลอกง่าย ระหว่างทางข้าก็โดนหลอกมาแล้วหลายหน เพื่อมิให้โดนหลอกอีก ข้าเลยต้องหาคนที่ดูฉลาด ๆ มาเป็นลูกพี่อย่างไรเล่า”
หยางหลวนดูมั่นอกมั่นใจ ประหนึ่งสุดแสนภาคภูมิในสติปัญญาของตน
เจียงผิงอัน “…”
เจ้านี่รอดมาจนบัดนี้ได้ ไม่ง่ายเอาเสียเลย
“ลูกพี่ เรามาเรียนรู้กันเถอะ ข้าสังหรณ์ชอบกลว่าลูกพี่แข็งแกร่งมากเลย” หยางหลวนพูดอย่างคาดหวัง
“หนึ่งเดือนจากนี้ ศิษย์ใหม่ที่มายังสำนักในก็จะถูกประเมิน ยามนั้นก็จะได้เรียนรู้จากกันแล้ว อีกอย่าง อย่าเรียกข้าเป็นลูกพี่ เจ้าเรียกคนอื่นลูกพี่ซี้ซั้วเช่นนี้ก็โดนหลอกเอาง่าย ๆ ได้”
เจียงผิงอันปฏิเสธคำท้าของอีกฝ่าย เขายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ
กำปั้นขวาของหยางหลวนทุบอุ้งมือซ้าย เผยสีหน้าตระหนักแจ้งเฉียบพลัน “ลูกพี่ฉลาดจริง ๆ ข้าเรียกลูกพี่สุ่มสี่สุ่มห้าก็โดนหลอกได้ง่าย ๆ จริงด้วย ว่าแล้วเชียว ลูกพี่ฉลาดกว่าข้า ข้าเลือกไม่ผิด”
เจียงผิงอัน “…”
เขาไม่รู้จะบ่นอะไรเจ้านี่ดีแล้ว
เขาไม่อยากเสียเวลากับคนผู้นี้ จึงเดินไปยังโถงคุมกฎ
“ลูกพี่ไปไหนหรือ ยอดเขาพำนักของเราอยู่อีกฟากนะ”
“ไปโถงคุมกฎ รายงานผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ส่งคนมาฆ่าข้า”
ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองประกายเย็นเยียบ
ก่อนที่ศิษย์ของชิวซื่อผิงจะตกตาย เขาได้ยอมรับทางอ้อมว่าเป็นคำสั่งของชิวซื่อผิง
จากกฎของสำนักเซียนอวี่หวง ชิวซื่อผิงจะถ