เจียงผิงอันเข้ามาในห้องอันไร้คนห้องหนึ่ง
ห้องนั้นมิได้กว้าง ตรงหน้าเขามีคันฉ่องบานหนึ่งซึ่งก่อตัวจากค่ายกล ร่างของเขาสะท้อนอยู่ภายใน
ป้ายทองที่เอวเจียงผิงอันวูบไหว แล้วข้อความบรรทัดหนึ่งก็ปรากฏบนคันฉ่อง
‘ศิษย์เข้าใหม่สามารถเลือกวรยุทธ์ระดับเซียนมนุษย์ใดก็ได้ ว่ามาได้เลยว่าอยากได้วรยุทธ์ประเภทไหน’
วรยุทธ์มีมากมายหลายประเภท ซึ่งโดยหลักแล้วแบ่งเป็นวิชาฝึกใจและวรยุทธ์
‘วิชาซ่อนจักรวาล’ เป็นวิชาฝึกใจ ใช้ในการดูดซับและจ่ายปราณเซียน เป็นรากฐานของวรยุทธ์อื่น ๆ หากมีวิชาฝึกใจที่ดี ก็จะช่วยให้ใช้วรยุทธ์ได้ดีขึ้น
นอกจากวิชาฝึกใจ ยังมีวิชาคาถาและศิลปะการต่อสู้ ความแตกต่างระหว่างทั้งคู่มิได้ต่างกันมาก หน้าที่หลักคือต่อสู้และสนับสนุน
วรยุทธ์เหล่านี้ยังแยกย่อยตามอาวุธและธาตุคาถาต่อไปอีก
เจียงผิงอันมิได้ขาดวิชาฝึกใจ และรู้สึกว่า ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ มีประโยชน์ยิ่ง
เช่นนั้น เขาจึงจะเลือกวรยุทธ์สายโจมตี
เขามักต่อสู้โดยใช้หมัด แต่ก็มีวิชาหมัดมวยอยู่แล้ว
“วิชาพลองแล้วกัน”
เจียงผิงอันเอ่ยปาก
เขามีกิ่งมารสะเทือนสรวงอยู่ ภายหน้าก็สามารถใช้เป็นพลองได้การบรรลุวิชาพลองไว้ล่วงหน้าจะทำให้เขาใช้กิ่งมารสะเทือนสรวงได้ดีขึ้น
ข้อความสองบรรทัดปรากฏขึ้นจากคันฉ่อง
‘วิชาพลองระดับเซียนมนุษย์มีทั้งสิ้นยี่สิบแปดวิชา ส่วนใหญ่เป็นวิชาพลองสายกำลัง เจ้าอยากได้ตัวอย่างหรือไม่?’
“ขอรับ”
เมื่อเจียงผิงอันตอบ คันฉ่องอันก่อขึ้นจากค่า