“ข้าระวังเจ้าอยู่นานแล้ว!”
ทันทีที่กระบี่ยาวแทงเข้าใส่เจียงผิงอัน เจียงผิงอันก็หันไปหวดกิ่งมารสะเทือนสรวงเข้าสนอง
คนผู้นี้คิดฉวยโอกาสลอบโจมตี แต่มีหรือจะคาดคิดว่าเจียงผิงอันระวังเขาอยู่นานแล้ว
หนึ่งกิ่งไม้ร่ายรำกลางสรวง กวาดวายุแปรเมฆา ส่งเสียงหวดอากาศหวีดแหลม
เปรี้ยง!
กิ่งมารสะเทือนสรวงกระแทกใส่ผู้ลอบโจมตี หมอกสีดำระเบิดเละทันใด
เมื่อเห็นกิ่งมารสะเทือนสรวง หม่าปั๋วลี่ก็ตะลึงจังงัง
ยอดสมบัติ!
ปรากฏว่าคนผู้นี้มียอดสมบัติอยู่!
ด้วยสมบัติเช่นนี้ ทำไมไม่ใช้ออกมาก่อน แค่โบยทีเดียวข้าก็กระเด็นหน้าคะมำได้แล้ว ทำไมต้องทรมานข้าเสียหลายต่อหลายวัน?
หม่าปั๋วลี่ตระหนักเสียที ว่าในสายตาเจียงผิงอัน เขาเป็นเพียงคู่ประลองเท่านั้น อีกฝ่ายหาถือเขาเป็นศัตรูที่ต้องตายกันไปข้างสักนิดไม่
เจียงผิงอันมิได้สนใจความคิดของหม่าปั๋วลี่สักนิด เขาขมวดคิ้วแน่นขณะจ้องมองไปทางหมอกดำ
ถึงกับปล่อยผู้ลอบโจมตีหนีไปได้
หมอกดำของผู้ลอบโจมตีนี้พิเศษยิ่ง มิเพียงตายแทนผู้ลอบโจมตียังเคลื่อนย้ายอีกฝ่ายหนีไปทันทีด้วย
จะเสียเวลาที่นี่มิได้ การปรากฏของยอดสมบัติจะเรียกยอดฝีมือมา ต้องไปจากที่นี่โดยด่วน
เจียงผิงอันเงื้อกิ่งมารสะเทือนสรวงฟาดลงใส่หม่าปั๋วลี่
หม่าปั๋วลี่มิได้หลบเลี่ยงมากมาย ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอันอัปลักษณ์ “ยามเจ้าบรรลุเซียน เหลาจื่อจะเปลี่ยนเป็นเพลิงกรรมผลาญเจ้าให้วอดสิ้น!”
เปรี้ยง!
ร่างของหม่าปั๋วลี่แหลกสลาย