เจียงผิงอันควบคุมพลังวิญญาณ เก็บโลหิตและศพไป สิ่งเหล่านี้หลอมเปลี่ยนเป็นผลึกเซียนได้มากมาย จะเสียเปล่าไปมิได้
หลังเก็บศพเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็รีบจากจร
เขาใช้ ‘วิชาอำพรางสรวง’ จำแลงลักษณ์ เปลี่ยนปราณในกายแล้วกลับไปยังเมืองมังกรเพลิงสวรรค์
ระหว่างทางกลับ เขาก็จัดข้าวของในอาวุธวิเศษเก็บของของยอดฝีมือขั้นต้นระดับเขตแดนนี้ด้วย
นอกจากผลึกเซียนสองพันกว่าชิ้น ก็ไม่พบอาวุธวิเศษระดับสูงใด ๆ
มิน่าอีกฝ่ายจึงสู้กับเขาด้วยมือเปล่ามาตลอด
เป็นผู้ฝึกตนไร้สังกัดผู้ยากจนนี่เอง
แต่เจียงผิงอันพบเปลวเพลิงสีดำแดงดวงหนึ่งในขวดอันถูกปิดผนึก
เมื่อเขาเปิดขวด เพลิงอันร้อนแผดก็เกือบเผาศีรษะเขาโล้นไหม้
เปลวเพลิงเช่นนี้ คลับคล้ายเคยเห็นที่ใด…
อ้อ จริงสิ ยามรับภารกิจประเมินเข้าสู่สำนักใน ศิลาบันทึกเงาที่ภารกิจให้มามีภาพเปลวเพลิงเช่นนี้อยู่
เขานำศิลาบันทึกเงาออกมาเทียบกับเปลวเพลิงนี้ และมันก็คือ‘เพลิงแกนโลกา’ จริง ๆ เสียด้วย
เจียงผิงอันเกือบลืมภารกิจไปสิ้นแล้ว
ยามนี้เมื่อพบ ‘เพลิงแกนโลกา’ ก็สามารถส่งภารกิจได้ทันที
จากม้วนหยกที่ศิษย์พี่หวังหยางให้มา นอกจากการเข้าสำนักในจะได้ทรัพยากรในราคาที่ถูกลง ยังเลือกวรยุทธ์เซียนทั่วไปและภูเขาสำหรับฝึกฝนส่วนตัวได้
แค่เข้าสำนักในได้ก็มีวรยุทธ์เซียนแจกจ่าย แสดงให้เห็นว่าสำนักเซียนอวี่หวงมั่งคั่งเพียงไร
เจียงผิงอันกำลังจะดีใจ แต่เมื่อนึกถึงโครงกระดูกในโลกใบน้อยอารมณ์ก็ดิ่งแย่ลงอ