ีกครั้ง
ไม่รู้อีกนานแค่ไหน เขาจึงซื้อ ‘ผลเต๋าวิญญาณเซียน’ มาเซ่นโครงกระดูกนี้ได้
เจียงผิงอันกลับเมืองมังกรเพลิงสวรรค์ หวนสู่สำนักเซียนอวี่หวงผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย และนำ ‘เพลิงแกนโลกา’ ไปส่งภารกิจ
“อีกสามคนล่ะ?”
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภารกิจถาม
“พบสัตว์ภูตที่แกนโลกา สละชีวิตแล้วขอรับ” เจียงผิงอันหาเหตุผลมาสุ่ม ๆ
ศิษย์สำนักนอกสองสามคนตกตาย ไม่มีผู้ใดมัวตรวจสอบ ต่อให้ตรวจสอบจริง ๆ ก็มิอาจพบเหตุ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภารกิจมิได้ถามมากนัก เขาใช้ป้ายสีทองและม้วนหยกบันทึกข้อมูลกับเขาอย่างละชิ้น และพูดราวกับนกแก้วนกขุนทอง
“สลักจิตสัมผัสของเจ้าในป้ายนี่ นี่จะเป็นป้ายแสดงตัวของเจ้านำไปที่หอวรยุทธ์ แล้วเจ้าจะได้วรยุทธ์ ‘ระดับเซียนมนุษย์’ จากที่นั่น”
“เรื่องสำคัญที่สุดคือ ศิษย์ซึ่งเพิ่งเข้าสู่สำนักในจะต้องเข้าประลองทุกสามปีเพื่อทดสอบฝีมือ ยามนั้นจะมีผู้อาวุโสเข้าพินิจ ผู้ทำผลงานดีจะถูกผู้อาวุโสเหล่านั้นรับเป็นศิษย์”
“เจ้าโชคไม่ดีนัก เหลือเวลาอีกสามเดือนก็จะประลองแล้ว หากเจ้าพลาดการประลองนี้ไป ก็จะไม่มีใครรับเจ้าเป็นศิษย์”
“เรื่องอื่นไม่จำเป็นนัก กฎสำนักและแผนที่ล้วนอยู่ในม้วนหยกบันทึกข้อมูลนี้ อย่าลืมอ่านด้วยล่ะ กฎของสำนักเซียนอวี่หวงเราเข้มงวดมาก สถานเบาก็ถูกลงทัณฑ์ สถานหนักคือถูกประหาร”
“ขอบคุณมาก”
เจียงผิงอันตอบอย่างสุภาพ
ภายใต้สายตาริษยาจากเหล่าศิษย์สำนักนอก เจียงผิงอันนำป้ายแสดงตนมุ่งหน้าสู่สำนักใ