จตนาแฝง ไฉนจู่ ๆ จึงมาเรียกกันเป็นพี่ใหญ่ทั้ง ๆ ที่เพิ่งพบหน้าได้ อีกฝ่ายชัดเจนเกินไป ยังอ่อนวัยไปแท้ ๆ
“พี่ใหญ่ ข้าแข็งแกร่งนะ เจ้าเดาไม่ได้หรอกว่าข้าสร้างรากเซียนแบบไหนได้”
“พี่ใหญ่ เจ้ามีรากเซียนแบบใดหรือ เจ้าชอบใช้อาวุธอะไร ข้าชอบใช้มีดล่ะ”
“พี่ใหญ่ เจ้าอยากกราบผู้อาวุโสท่านใดเป็นอาจารย์หรือ?”
หยางหลวนส่งเสียงอื้ออึงราวกับผึ้ง หนวกหูเจียงผิงอันไปหมด
เจียงผิงอันคลับคล้ายมิได้ยิน เข้าหอวรยุทธ์สำนักในผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายไป
ที่ทางเข้าหอวรยุทธ์มีรูปสลักมหึมาตั้งตระหง่าน ในมือถือมีดยาวสีหน้าเคร่งขรึมเด็ดเดี่ยว จิตสังหารแผ่พุ่งปะทะหน้า ชวนให้รู้สึกครั่นคร้ามยำเกรง
เจียงผิงอันรู้สึกราวปราณเซียนในกายควบตัวแข็ง มิอาจโคจรได้เลย
เพียงหนึ่งรูปสลักก็ให้บรรยากาศกดดันเพียงนี้ มิอาจทราบได้เลยว่ายามมีชีวิต คนผู้นี้ต้องร้ายกาจเพียงไร
หยางหลวนมองรูปสลักด้วยสายตาเทิดทูน “พี่ใหญ่รู้หรือไม่? นี่น่าจะเป็นผู้ก่อตั้งสำนักเซียนอวี่หวงของเรา วิชามีดของเขาโด่งดังทั่วแดนดิน ที่ข้ามายังสำนักเซียนอวี่หวงก็เพราะอยากเรียน ‘มีดอวี่หวง’นี่แหละ”
ว่าแล้ว หยางหลวนก็คุกเข่าลงโขกหัวบนพื้นสามรอบ เสียงกระแทกดังสนั่นจนคนผ่านไปมาสะดุ้ง
เจ้านี่ทำอะไรอยู่? เพี้ยนไปแล้วหรือ?
เจียงผิงอันพลันรู้สึกคลับคล้ายว่าที่คนผู้นี้เข้าหาตน ดูจะมิใช่เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไร แต่เพราะสมองของเขาเพี้ยนผิดปกติต่างหาก
เจียงผิงอันเมินหยางหลว