ามาอีกครั้ง เขาไร้ความกลัวต่อผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนซึ่งมิได้บรรลุวิชาเซียนเช่นนี้
แม้เขาจะไม่มีพลังเขตแดน แต่เขามีวิชาเทียมเทพสงครามและอักขระคนเถื่อนซึ่งเพิ่มพลังต่อสู้ได้ กลบช่องว่างของเขตแดนไปได้
แต่ขอเพียงคนผู้นี้มีวิชาเซียนแข็งแกร่ง เจียงผิงอันก็อาจสู้เขามิได้ ประเด็นจึงอยู่ที่คนผู้นี้ไร้วรยุทธ์เซียน
การปะทะอย่างดุเดือดเลื่อนลั่นกลางนภา บรรพตมากมายกร่อนตัวยุบถล่ม
เจียงผิงอันบอกแล้วว่าเขาอารมณ์เสียมาก แต่คนผู้นี้ก็ยังกวนโมโหเขาอีก จึงย่อมไม่มีทางปล่อยคนผู้นี้ไปได้
เป็นโอกาสระบายอารมณ์ที่ดี
เกราะรบจำนงศึกสีดำสนิทครอบคลุมไปทั้งกาย ทำให้เขาดูเป็นเช่นเทพมารปรากฏลักษณ์ หมัดซ้ายป่วนบรรพ์ หมัดขวาสยบปีศาจประมือสูสีกับอีกฝ่าย
ยิ่งต่อสู้ หม่าปั๋วลี่ยิ่งขวัญผวา แต่ก็ยังสับสนงงงวยเช่นกัน
ตัดสินจากพลังต่อสู้ของอีกฝ่าย เขาต้องเป็นอัจฉริยะแน่แท้ และมีเพียงศิษย์ของห้าสำนักเซียนใหญ่ที่มีพลังต่อสู้ระดับนี้
แต่เขาไม่ยักเห็นคนผู้นี้ใช้วิชาเซียนพิเศษเฉพาะของห้าสำนักเซียนใหญ่ออกมาเลย
แม้วรยุทธ์ของคนผู้นี้จะแข็งแกร่งมาก แต่นอกจากวิชาเพิ่มพลังต่อสู้ซึ่งดูคล้ายวิชาเซียนอยู่นิดหน่อย วิชาอื่น ๆ หาใช่วิชาเซียนไม่
หรือคนผู้นี้จะมิได้มาจากห้าสำนักเซียนใหญ่?
“มีคนมากมายจับตามองเราอยู่จากไกล ๆ หากเราสู้กันต่อไป ก็มีแต่จะให้ผู้อื่นรับประโยชน์ไปเต็ม ๆ เรามิหยุดเรื่องเมื่อครู่ไว้เท่านี้หรือ?”
หม่าปั๋วลี่ไม่อย