ากสู้
หนึ่งเป็นเพราะสองฝ่ายพอฟัดพอเหวี่ยง มิอาจล้มกันได้ลง
สองเป็นเพราะการต่อสู้นี้ดึงความสนใจผู้คนมากมายจนหยุดดูอยู่ไกล ๆ หากยังสู้ต่อไปเช่นนี้แล้วบาดเจ็บ หรือหากพลังเซียนถดถอย ก็อาจจะถูกผู้อื่นลอบโจมตีได้
ไม่ว่ายุคสมัยใด การปล้นชิงก็เป็นวิธีหาเงินอันรวดเร็วที่สุดอยู่แล้ว
เจียงผิงอันดูเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงรัวโจมตีต่อไป
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันชกเข้าเต็มหน้าหม่าปั๋วลี่จนหน้าแทบยุบ ร่างของเขากระแทกลงกับพื้น พสุธาสะท้านรุนแรง บรรพตถล่มแผ่นดินปริแยกศิลาหลอมใต้ปฐพีปะทุโถม ส่งพวยควันคลุ้งโขมง
“ไอ้เวรนี่!”
หม่าปั๋วลี่ร้อนใจ สารเลวนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นไปแล้ว มิใช่เขาแค่ยั่วโมโหอีกฝ่ายหนเดียวหรือ ทำไมต้องสู้จะเป็นจะตายเช่นนั้น?
หม่าปั๋วลี่เดือดดาล ตะโกนบอกผู้ฝึกตนซึ่งมองอยู่ไกล ๆ ว่า “คนผู้นี้ได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะไปสิบผล ทุกท่านร่วมมือกันเถอะ! ฆ่าเขาเสีย!”
เขาอยากใช้ความปรารถนาของปวงชนจูงจมูกมาช่วยกันจัดการเจียงผิงอัน
แต่ไร้ผู้ใดโง่ ทุกคนล้วนมองออกว่าเจียงผิงอันไม่ธรรมดา น่าจะมีภูมิหลังแข็งแกร่ง จึงมิกล้าเข้าล่วงเกิน
เกิดมามีชีวิตเดียว หากไม่แน่ใจเต็มที่ ย่อมมิพาตัวมาพัวพันในวิกฤติด้วย
นอกจากนั้น ไม่มีใครเห็นว่าเจียงผิงอันมีผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะสิบผลจริงหรือไม่
“คนผู้นี้เป็นอัจฉริยะจากขุมกำลังใดกัน พลังต่อสู้แข็งแกร่งนักประมือกับยอดฝีมือระดับเขตแดนได้ตั้งแต่ยังมิได้บรรลุเขตแดน!”
“ข้าบอกมิได้ว่