าขุมกำลังใด ต่อให้มิใช่คนจากห้าสำนักเซียนใหญ่ก็ยังน่าจะเป็นหัวกะทิจากขุมกำลังอื่น”
“คนผู้นี้น่าจะมีรากเซียนระดับเซียนปฐพี หาไม่คงไม่แข็งแกร่งขนาดนี้”
เมื่อเห็นพลังต่อสู้ทรงพลังของเจียงผิงอัน เหล่าผู้ชมต่างตกตะลึงยิ่งรู้สึกหนักข้อว่าเขาเป็นหัวกะทิจากขุมกำลังใหญ่สักแห่ง
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ แม้จะบาดเจ็บก็ไร้สะดุ้งสะเทือนทุกหมัดของเขาใช้พลังสุดขั้ว รัศมีสาดจ้าเรืองรองทั่วฟ้าดิน คลื่นพลังจากการปะทะทำให้ภูเขาไฟใกล้เคียงปะทุอย่างต่อเนื่อง
หม่าปั๋วลี่คิดจะหนี แต่ก็ถูกเจียงผิงอันตามติด มิอาจหนีพ้นได้เลย
“เจ้าจะสู้เองนะ! ข้าจะสงเคราะห์ให้!”
หม่าปั๋วลี่รู้ตัวว่าหนีมิได้ และในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็เลิกคิดหนีทำเพียงสู้ยิบตา คิดตายตกตามกันไป
ศึกนี้กินเวลาเนิ่นนาน เมื่อเกินสิบวัน ก็มิอาจจำวันเวลาได้แล้ว
เจียงผิงอันร่างโชกเลือด กระดูกแตกหักครั้งแล้วครั้งเล่า
ท้ายที่สุด หม่าปั๋วลี่ก็บรรลุเขตแดนแห่งกำลัง พลtกำลังของเขาแข็งแกร่ง มิอาจพิชิตได้ในกาลอันสั้น
ด้วยการต่อสู้ซ ้าแล้วซ ้าเล่า ในที่สุดเจียงผิงอันก็คุ้นชินกับความแข็งแกร่งปัจจุบันของตน
“ปราณเซียนในตัวเราเสื่อมถอยเกือบถึงขีดสุดแล้ว เจ้าก็ยังฆ่าข้ามิได้ ไฉนจึงยังสู้ต่อ!”
เสียงของหม่าปั๋วลี่เปี่ยมความเหนื่อยหน่าย สู้กันนานเพียงนี้ปราณเซียนในตัวเขาเหือดแห้งไปเกือบหมดแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไร้เจตนาถอยหนี
“เกือบถึงขีดสุด? แค่เจ้าต่างหาก”
เจียง