้เรื่องนั้นมากนัก ไว้ถามทราบเพิ่มเติมแล้วจะบอกเจ้า เจ้าดูแลตนเองด้วย ประมุขศาลาบอกว่าฝ่ายรักษาระเบียบมิกล้าลงมือซึ่งหน้า แต่น่าจะลอบโจมตีเจ้าเป็นแน่”
“ข้ารู้”
เจียงผิงอันเก็บยันต์สื่อสารไป แล้วมองพนาผีเบญจภัยตรงหน้า
พนาผีแห่งนี้มโหฬาร โอบล้อมด้วยปราณมรณะวังเวง ดุจมารร้ายอ้าปากกว้างรออาหารเข้ามาเยือน
เจียงผิงอันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศชวนขนลุก ในพนาผีแห่งนี้ต้องมีตัวตนน่าสะพรึงกลัวบางอย่างอยู่แน่
ขณะที่เขากำลังเดินเข้าไป คนกลุ่มหนึ่งก็โซเซออกมา
“ข้าบอกแล้วว่าอย่ามาพนาผีนี่! แต่เจ้าก็ไม่ฟัง คราวนี้คนตายไปกี่คนเล่า?” หนึ่งในผู้ฝึกตนแผดเสียงอย่างเดือดดาล
“แต่เจ้าก็ยังไว้ใจเรา ยามนั้นเจ้าตื่นเต้นกว่าใครด้วยซ ้า บอกว่าเจ้าจะหาบุปผาหน้าผีเจอที่นี่”
“สิบห้าคนเข้าไป เหลือเพียงเราสี่กลับมา น่ากลัวเกินไปนักเหลาจื่อจะไม่มาอีกแล้ว”
คนเหล่านี้ล้วนมีสีหน้าขวัญผวา ร่างกายโชกเลือด หัวใจรวดร้าวสุดแสน
ขณะที่พวกเขากระเสือกกระสนออกมา ก็พบชายผู้หนึ่งเดินผ่านพวกเขาเข้าไปในพนาผี
“เจ้านั่นโง่หรือไร? มาคนเดียว แต่กล้าเข้าพนาผีด้วย?”
“น่าจะเป็นพวกเลินเล่อที่ไม่เคยได้ยินถึงความน่ากลัวของพนาผีเบญจภัยนั่นแหละ”
“บางทีเจ้านี่อาจจะหาที่ตาย อย่าไปสนใจเลย”
ในสายตาศิษย์ศาลาเติงเซียน ยามคนเพียงหนึ่งบุกเดี่ยวสู่พนาผีก็เท่ากับไปฆ่าตัวตาย คนธรรมดาไม่ทำเช่นนั้นแน่
ยามเจียงผิงอันเข้าสู่พนาผี เงาดำสายหนึ่งอันหลบเร้นหลังต้นไม้ก็