โลกใบน้อยถูกปกคลุมด้วยสีเทาอันชืดชา ลี้ลับไร้ความหวัง
เจียงผิงอันถูกตรึงมิอาจขยับตัว มองโลงแก้วผลึกตรงหน้าเขาด้วยความตกใจพรั่นพรึง
โครงกระดูกขาวในโลงแก้วผลึกนี้ดูราวจะทำลายได้ทุกสิ่ง
เจียงผิงอันกระวนกระวายจนลืมหายใจ ประหนึ่งภยันตรายสุดขั้วกำลังจะคืบคลานออกมา
อึดใจต่อมา กะโหลกศีรษะหัวหนึ่งก็โผล่ออกมาจากโลงแก้วผลึก
คู่เนตรกลวงโบ๋ดำสนิทดูราวขุมนรกทั้งเก้า เพียงหนึ่งชำเลืองก็ทำให้วิญญาณของเจียงผิงอันสะท้านรุนแรง หัวใจเกือบหยุดเต้นเสียเดี๋ยวนั้น
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้เกินความรู้ความเข้าใจของเขา มิอาจรับรู้ได้เลยว่านี่เป็นของระดับใด
“บ้าน… บ้านของข้า… ข้าอยากกลับบ้าน…”
เสียงแหบต ่าอันเศร้าโศกดังขึ้น แม้เพียงประโยคเดียว แต่กลับกระทบต่อกฎฟ้าดินให้โหยไห้ตาม กระแทกถึงสภาพอารมณ์ของเจียงผิงอัน ทำให้หัวใจเปี่ยมความโหยหาอยากกลับบ้าน น ้าตาหยาดหยดอย่างเกินควบคุม
เจียงผิงอันพยายามควบคุมอารมณ์ในใจอย่างสุดกำลัง ความแข็งแกร่งของโครงกระดูกนี้ต้องสูงจนเหลือเชื่อ วาจาแม้เพียงคำก็ยังกระทบต่อกฎฟ้าดิน สะเทือนอารมณ์ผู้อื่นได้
“ผ-… ผู้อาวุโส ข้า… ข้าจะปล่อยท่านออกไป ท่านกลับบ้านเถอะนะ ข้าจะมอบผลึกเซียนทั้งหมดแสนชิ้นที่ข้ามีเป็นค่าเดินทางให้ท่านศาสตราเซียนสองชิ้นนี้ หากท่านอยากได้ ข้าก็ให้ท่านด้วย”
เจียงผิงอันพยายามปรับน ้าเสียงให้นุ่มนวลที่สุด ครั้งสุดท้ายที่เขาพยายามนุ่มนวลสุดชีวิตเช่นนี้ก็คือยามบุตรีเขาเพ