โจวอี้ก็โบกมือให้เฉิงฮ่าวปิดประตูรั้ว จากนั้นตะโกนบอกซูเสี่ยวเม่ยว่า “ยัยตัวแสบ! มากับฉัน!”
“ตามไปอยู่แล้วแหละน่า จะดุอะไรนักหนาเนี่ย” ซูเสี่ยวเม่ยเม้มริมฝีปากก่อนจะบ่นพึมพำ
ภายในห้องนั่งเล่น
โจวอี้นั่งอยู่บนโซฟา จ้องมองซูเสี่ยวเม่ยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาตรงข้ามราวกับว่าเธอไม่มีกระดูก และยังคงกินเมล็ดแตงโมต่อไปจนเขาต้องแอบถอนหายใจ
“เฉิงฮ่าว บอกผมเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นที”
“นายหมายถึงหวังจ้วง?”
“อืม และครอบครัวของเขาด้วย” โจวอี้กล่าว
“หวังชิ่งลี่ ผู้นำตระกูลหวัง ปีนี้เขาจะมีอายุครบ 70 ปี เขาสร้างธุรกิจของครอบครัวในเมืองจินหลิงด้วยมือเปล่า เป็นเจ้าของบริษัทวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่โต ตอนนี้ทรัพย์สินของครอบครัวเขาอยู่ที่ประมาณสามถึงสี่พันล้านหยวน”
“หวังชิ่งลี่มีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน”
“นายเพิ่งได้พบกับหวังซง ลูกชายคนโตที่มีหัวคิดเรื่องธุรกิจมาก ตอนนี้ธุรกิจของหวังกรุ๊ปเกือบทั้งหมดก็เป็นลูกชายคนนี้แหละที่ดูแล ส่วนลูกสาวคนเล็กอย่างหวังหยาเป็นหญิงสาวที่สวยมาก ตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ”
“ลูกชายคนที่สองชื่อหวังจ้วง ปีนี้อายุยี่สิบสาม เขาไม่ได้แย่ แต่ความคิดอ่านในสมองของเขาแตกต่างจากคนทั่วไป เขามีผลการเรียนดีเยี่ยม โดยเฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขายังได้รับรางวัลอันดับหนึ่งด้านศิลปศาสตร์มาแล้วที่มณฑลเจียงซู”
“เวลาส่วนใหญ่ที่เขาอยู่ในมหาวิทยาลัยก็คืออยู่ในห้องสมุด เขาไม่มีกล