นผักหลังจากถูกทำร้าย ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะฟื้นแล้ว แต่ผมก็เกรงว่าเขาจะไม่สามารถลุกจากเตียงได้สักครึ่งปี” หวังซีฉีกล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“ถ้าฉันจำไม่ผิด ดูเหมือนว่านายจะเคยต่อสู้กับเจี่ยงเชาและแพ้มาด้วย?” หลินอวี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม
“พี่หลินอย่าขุดเรื่องเก่านี่มาพูดได้ไหม? ตอนนั้นผมแค่พลาดต่างหาก ถ้ามาสู้กันอีกครั้งตอนนี้ ผมถลกหนังเขาได้แน่!” หวังซีฉีท้วง
“ฮ่า ๆ!”
หลินอวี้เฟิงหัวเราะด้วยสายตาเย้ยหยัน
“พี่หลิน! ออกมาแล้ว” ทันใดนั้นชายหนุ่มอีกคนก็ร้องเตือน
เมื่อหลินอวี้เฟิงได้ยิน เขาก็มองไปที่ประตูวิทยาลัยสื่อจินหลิงทันที และเมื่อเห็นสองสาวรูปร่างเพรียวบางปรากฏแก่สายตา เขาก็ไม่ลังเลที่จะก้าวไปข้างหน้า
“แองจี้ ผมรอคุณมานานแล้ว” หลินอวี้เฟิงหยิบดอกกุหลาบที่เตรียมไว้ออกมาได้ไวอย่างน่าอัศจรรย์ และยื่นมันให้เฉินอันฉี
“คุณมารอฉันทำไม?” เฉินอันฉีถามโดยที่ไม่ยอมรับดอกไม้
“ผมมาชวนคุณไปกินมื้อเย็น! ไม่ใช่ว่าเมื่อวานเราตกลงกันไว้แล้วเหรอ! วันนี้ผมจะพาคุณไปกินอาหารฝรั่ง” หลินอวี้เฟิงหัวเราะ
“ขอโทษนะ เมื่อวานคุณเป็นคนพูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว ฉันไม่ได้สัญญาอะไรด้วยทั้งนั้น และวันนี้ฉันมีอย่างอื่นต้องทำ ฉันไม่มีเวลา” จู่ ๆ เฉินอันฉีก็รู้สึกแน่นหน้าอกเพราะอาการป่วย เธอหน้าซีดแต่ยังคงรักษาความเย็นชา
“แองจี้ ให้โอกาสผมนะ ผมชอบคุณจริง ๆ เป็นแฟนกับผมเถอะ!” หลินอวี้เฟิงเอ่ยขอตรง ๆ
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่รู้สึก