านร้อนใจต่อหน้าเสียงก่นด่าป้ายสีเหล่านี้ หากยามนี้เขายิ่งลนลาน ยิ่งง่ายต่อการหลงอุบายของศัตรู
เจียงผิงอันกล่าวกับกู้ไป๋หลิงอย่างสุขุม “เจ้าจะพูดว่า ข้าฆ่าอัจฉริยะร่วมขอบเขตสามคนต่อหน้าต่อตายอดฝีมือระดับเขตแดนอย่างเจ้า แล้วรอดพ้นจากไปหน้าตาเฉยได้หรือ?”
ทันทีที่วาจาเหล่ารนี้ถูกกล่าว ผู้ฝึกตนทั้งหลายซึ่งก่นด่าเจียงผิงอันพลันหุบปากฉับ ตระหนักแล้วว่าบางสิ่งไม่ชอบมาพากล
เจียงผิงอันพูดต่อ “เจ้าแท้ ๆ ที่ร่วมมือกับศัตรูที่มีความขัดแย้งกับข้าจากภพล่างมาโจมตีข้า และยังฆ่าอีกสามคนเพื่อปิดปากด้วย”
“เหลวไหล!”
กู้ไป๋หลิงกางเขตแดนเยือกแข็ง โจมตีเข้าใส่เจียงผิงอัน “คนชั่วช้าอย่างเจ้า ต้องมิให้เหยียบเท้าเข้าสู่สำนักเซียนอวี่หวง มิเช่นนั้นคงเป็นภัยไม่จบสิ้น!”
ขณะที่เขตแดนเยือกแข็งกำลังจะถึงตัวเจียงผิงอัน สตรีผู้มีกลิ่นสุราคละคลุ้งนางหนึ่งก็มายืนขวางตรงหน้า ทลายเขตแดนเยือกแข็งไป
“เจ้าไร้สิทธิ์ธำรงระเบียบ ผู้ใดให้สิทธิ์เจ้าฆ่าศิษย์ร่วมสำนักอย่างไม่แยกแยะ?”
เหมียวเสียถือน ้าเต้าสุรา ดวงตาคล้อยปรือคลับคล้ายจะปิดรอมร่อ
สีหน้าของกู้ไป๋หลิงชะงักค้าง ไฉนแม่นี่จึงจุ้นจ้านนัก
สถานะของสตรีผู้นี้เทียบได้กับผู้อาวุโส มิอาจล่วงเกินได้เลย
เหมียวเสียกล่าวกับกู้ไป๋หลิงเสียงเรียบ “ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม เจ้าน่าจะถือศิลาบันทึกเงากับตัว เอาออกมาพิสูจน์กันเลยว่าเขาฆ่าคนจริงหรือไม่”
กู้ไป๋หลิงแก้ตัว “เจียงผิงอันฉวยโอกาสยามข้า