ไม่อยู่ ไร้ซึ่งสิ่งใดบันทึกไว้”
เหมียวเสียหันกลับมาถามเจียงผิงอันอีกครั้ง “เจ้ามีศิลาบันทึกเงาพิสูจน์หรือไม่ว่านางลงมือกับเจ้า?”
“ไม่มี”
เจียงผิงอันไม่มีนิสัยพกศิลาบันทึกเงาติดตัว
“ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสองต่างไร้หลักฐาน เรื่องนี้ก็บันทึกไว้ก่อนภายหน้าหากพวกเจ้ามีหลักฐาน ก็ค่อยนำส่งให้กับโถงคุมกฎได้เอิ๊ก~”
เหมียวเสียเรอออกมาอีกครั้ง เนินอกมหึมากระเพื่อมรุนแรง
เจียงผิงอันคืนสู่รูปลักษณ์เดิม ก่อนหน้านี้ที่เขาจำแลงกายก็เพื่อมิให้อีกฝ่ายจับได้นี่แหละ
มิคาดว่าจะได้พบพวกเขาที่นี่ แต่ก็ยังถูกจำได้อยู่ดี
“โอ้ หล่อใช้ได้นะ เราเข้าป่าน้อยด้วยกัน*[1]ดีกว่า”
เมื่อเหมียวเสียเห็นรูปลักษณ์ของเจียงผิงอัน ดวงตาของนางก็ฉ ่าเยิ้มแทบคั้นน ้าออกมาได้ มือซึ่งถือน ้าเต้าสุรายื่นนิ้วออกไล้หน้าอกเจียงผิงอัน
“ศิษย์พี่หญิง โปรดระวังวาจาด้วย” เจียงผิงอันกล่าวอย่างนอบน้อม
เจียงผิงอันรู้สึกขอบคุณความช่วยเหลือของเหมียวเสียมาก แต่พฤติกรรมของคนคลั่งสุราผู้นี้หาสำรวมไม่
“เหอะ ๆ เจ้านี่เล่นละครเก่งจริงนะ บุรุษกลัดมันอย่างพวกเจ้าคิดอะไรในหัว อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เชียว เมื่อครู่เจ้ายังแอบมองหน้าอกข้าอยู่เลย”
“แค่ก ๆ”
เมื่อได้ยินวาจาไร้สติของเหมียวเสีย ปวงชนก็พากันกระแอมไออย่างขัดเขิน ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทำธุระของพวกตนไป
สตรีผู้นี้ดื่มสุรามากเกินไป กล้าพูดไปเสียทุกอย่าง ครั้งหนึ่งยามเจ้าสำนักจัดปราชุมแล้วพูดมากไปหน่อย สตรีผู