“เจ้าบรรลุเคล็ดพลังแรงโน้มถ่วง?”
กู้ไป๋หลิงกล่าวกับเจียงผิงอัน “เจ้าโชคดีมาก ที่นี่เหมาะสมให้เจ้าต่อสู้อย่างยิ่ง”
“ที่ที่เราอยู่กันยามนี้มีชื่อว่าธารทมิฬ เป็นพื้นที่อันมีแรงโน้มถ่วงไม่เสถียร บางครั้งแรงโน้มถ่วงสูงสุดขั้ว บางครั้งก็เสื่อมสลายหายไปกระทบต่อการต่อสู้ของผู้ฝึกตน”
“แต่สำหรับเจ้า ผลกระทบจะไม่มากนัก”
ถัดจากจุดที่พวกเขายืนอยู่คือแม่น ้าสีดำ หากพินิจใกล้ ๆ จะพบว่าแม่น ้าแห่งนี้บรรจุกฎแรงโน้มถ่วงอันแปลกประหลาด บางครั้งรินเอื่อย บางหนเชี่ยวกรากรวดเร็ว
ในสายนทีมีซากศพและชิ้นส่วนแขนขามากมายถูกชะมากับสายน ้าให้เห็นชัดเจน ซากศพเหล่านี้แผ่พลังยิ่งใหญ่ ยามมีชีวิตต้องแข็งแกร่งสุดขั้วเป็นแน่
“คลื่นพลังจากศาสตราเซียน!”
เมื่อพายุสายหนึ่งเคลื่อนผ่าน ด้ามกระบี่หักชิ้นหนึ่งก็พุ่งทะยานสู่เวหา สาดแสงทองวาบไหวเจิดจ้าเช่นดวงตะวัน
มันคือศาสตราเซียนที่เสียหาย!
แม้จะเสียหาย มูลค่าก็ยังเกินคำนวณ
สายตาของสามอัจฉริยะจากภพรวนสวรรค์ร้อนผ่าว เหินเข้าไปหากันทันที
มิคาดเลยว่าเพิ่งมา ก็เผชิญโอกาสยิ่งใหญ่เช่นนี้แล้ว เป็นสัญญาณอันดีแท้เทียว
“หยุดนะ!”
กู้ไป๋หลิงแผดคำราม ปลดปล่อยอำนาจเย็นยะเยือก แช่แข็งทั้งสามไว้ทันที
ด้ามกระบี่ศาสตราเซียนอันเสียหายร่วงลงในวารีทมิฬ จมลับหายไป
กู้ไป๋หลิงปลดการแช่แข็ง ตำหนิทั้งสามว่า “เจ้าพวกสมองนิ่ม!ของดีเช่นนี้ คิดว่าเป็นตาพวกเจ้าหยิบฉวยหรือ?”
“แม่น ้าแห่งนี้มีกฎแรงโน้มถ่วงไม