ไรเจ้าคะ”
ซูปิง ผู้ฝึกตนหญิงหนึ่งเดียวจากภพรวนสวรรค์รีบยอมรับผิดเรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือเอาชีวิตรอด
พวกเขาไม่รู้อะไรเลย และมิทราบว่าอันตรายคืออะไร
กู้ไป๋หลิงเห็นว่าทั้งสามมิได้ขัดคำนาง สีหน้าของนางก็ผ่อนคลายลงมาก
“ภารกิจของเราคือหามัจฉาโกลาหล ยิ่งหามัจฉาโกลาหลได้เยอะ รางวัลที่ได้ก็ยิ่งมาก และยังลดเวลารับใช้กองทัพได้ด้วย”
“แต่หากข้าพาพวกเจ้าไปด้วย ข้าก็ไร้โอกาสไปยังจุดชุมมัจฉาดังนั้นเอาตัวรอดได้ก็พอแล้ว”
“นี่คือปลายธารทมิฬ สถานที่ฝึกฝนศิษย์ระดับต ่า โอกาสการเผชิญผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานมีไม่สูง…”
เสียงของกู้ไป๋หลิงชะงักกลางคัน นางพลันใช้อำนาจเขตแดนพลังอันเย็นยะเยือกแผ่ไปทั่วทิศโดยมีนางเป็นศูนย์กลาง
ขณะนั้นเอง ศรสีดำดอกหนึ่งถูกแช่แข็งค้างตรงหน้าตำแหน่งหว่างคิ้วของกู้ไป๋หลิง
“ชิ ไหวตัวเร็วจริงนะ”
สุญตาถูกแหวกเปิด ห้าบุคคลเหยียบเดินสู่เวหา
ผู้นำถือคันธนูยาว สวมผ้าคลุมไหล่ เรือนผมยาววับวามเช่นหยกดำ มัดกล้ามที่แขนปูดโปน ใบหน้ายิ้มเย้ยหยัน
“เซียวจิง!”
เมื่อเห็นคนผู้นี้ สีหน้ากู้ไป๋หลิงก็ถมึงทึงสุดขีด “ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่! ต้องมีใครบอกเจ้าแน่ ผู้ใดกัน!”
เรื่องที่นางต้องพาผู้มาใหม่สู่แนวหลัง กระทั่งคนของสำนักเซียนอวี่หวงยังไม่รู้กันมากนัก
แต่พอนางมาถึง เซียวจิงก็โจมตี
ต้องมีใครสักคนหักหลังนางแน่แล้ว!
เซียวจิงแย้มยิ้ม “แค่บังเอิญเองน่า ข้าแค่อยากฝึกพวกหน้าใหม่มิคาดว่ามาถึงก็เจอเจ้