ักเซียนจะมอบบททดสอบที่ยากยิ่งกว่าสำเร็จเซียนมนุษย์”
บททดสอบสำนักเซียนจะเริ่มอยู่แล้ว เฉียนฮวั่นโหรวพร้อมเข้าร่วม แต่หลัวซู่ไม่อยากให้นางไป
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องลอง ข้าต้องพาผิงอันไปยังภพเซียน ให้เขาสร้างรากเซียนให้ได้ หาไม่ เขาจะติดค้างที่นี่ไปชั่วกาล”
เฉียนฮวั่นโหรวทราบนานแล้วว่ามีอันตรายรออยู่ แต่ไม่ว่าอันตรายเพียงไร นางก็ยังต้องลอง
สีหน้าของหลัวซู่ซับซ้อน “อายุเช่นเจ้า ยังหวั่นไหวกับบุรุษเพศอีกหรือ”
นางไม่เข้าใจว่าทำไมเฉียนฮวั่นโหรวต้องยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อผู้ชายผู้น้อยสักคนด้วย
“คนเกิดมาในหล้า ก็เพื่อแสวงหาความสุข แม้จะบรรลุเป็นเซียนมนุษย์ก็ทำเพื่อความสุข เมื่อมีบุรุษผู้น้อยนี้อยู่ ชีวิตข้าก็ผาสุกสำราญนัก”
เมื่อพูดถึงเจียงผิงอัน มุมปากเฉียนฮวั่นโหรวก็ยกขึ้นกะทันหัน
“สุขสำราญ? เขาอึดเพียงไรกัน?”
“???”
“อะแฮ่ม!”
หลัวซู่ตระหนักว่าเป็นถึงเซียนมนุษย์ ไม่ควรพูดเรื่องพวกนี้ ไม่ดีไม่งามนัก นางจึงรีบเปลี่ยนประเด็น “ว่าไปแล้ว หลายสิบปีมานี้เจ้าหนูเจียงผิงอันนี้ไปอยู่ไหนกัน?”
“นับแต่เขาเอาชนะรูปสลักราชันศักดิ์สิทธิ์ สร้างเสียงฮือฮาทั่วภพบุกเบิก เขาก็เงียบหายไปเลย ไม่ปรากฏตัวอีกในศาลาเติงเซียนด้วย”
เฉียนฮวั่นโหรวตอบ “เขาฝึกฝนอยู่ในทะเลเซียนมาร”
“อะไรนะ!”
ได้ยินเช่นนี้ หลัวซู่พลันอุทาน “เด็กนั่นบ้าไปแล้ว! ฝึกฝนบ้านไหนกัน นี่มันวอนตายชัด ๆ!”
หากฝึกฝนในเคหาสน์เซียนเทียนหลาน ที่นั่นก็ยังมีจ