้องทราบว่าผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนมีพรสวรรค์พิเศษ นับได้เป็นตัวตนซึ่งสูงกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างน้อยหนึ่งขอบเขต
การฆ่ายอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาห้าคนได้ในคราวเดียวนับว่าน่ากลัวนัก
ความเย่อหยิ่งบนใบหน้าเหลียงเซียวหงจางหาย แปรเปลี่ยนสู่ความเคร่งขรึม
ยามเขาแรกพบเจียงผิงอันในซากโบราณมหาจักรพรรดิ เขาตบอีกฝ่ายตายได้ในฝ่ามือเดียว
แต่ยามนี้ ปรากฏว่าอีกฝ่ายเติบโตได้ถึงเพียงนี้ พลังต่อสู้ร้ายกาจทรงพลังยิ่ง
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นศัตรูตัวฉกาจ ต้องถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด
เหลียงเซียวหงจะไม่นึกเสียใจในสิ่งที่เคยกระทำ ก็แค่ฆ่าตัวตนต ่าต้อยสักคน หากเขาคิดจะฆ่าก็คือฆ่า ในเมื่อเจียงผิงอันกล้าหยุดเขาเช่นนั้นก็ต้องตาย!
“เจียงผิงอันบัดซบ! วอนตายซะแล้ว!!”
ฉางซุนผิงเจิ้นผู้เดือดดาลเป็นทุนเดิมยิ่งเดือดโทสะ
แม้จะเป็นพวกเขาตระกูลฉางซุน การเสียยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาสิบห้าคนก็ยังรวดร้าวถึงทรวงยิ่ง และมิอาจฟื้นคืนมาได้เลยหากไม่ใช้เวลาอีกเป็นร้อย ๆ ปี
ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องฆ่าเจียงผิงอันเสียวันนี้
ทว่า ขณะนั้นเอง เหลยจั้งซึ่งผงะนิ่งไปครู่หนึ่งพลันลุกขึ้น อำนาจอัสนีรุนแรงปะทุออกจากร่างทันใด
“ผู้ใดกล้าแตะต้องหลานเขยตระกูลเหลยของข้า!!”
“???”
เหล่าปวงชนตระกูลเหลยคนอื่น ๆ มีเครื่องหมายคำถามบินว่อน
มิใช่เมื่อครู่ผู้อาวุโสใหญ่ยังอุบอิบว่า ‘ทำไมเจียงผิงอันยังไม่ตาย’อยู่เลยหรือ? ไฉนยามนี้กลายเป็นหลานเขยบ้านเขาเสียแล้วเล่า