คือเปลืองกฎเกณฑ์มหำศำล
บังเอิญเหลือ เจียงผิงอันมีทรัพยำกรหำขำดมือไม่
เขำโยนร่ำงหมึกสิบแปดกรที่คัดลอกมำเข้ำสู่หลุมด ำอย่ำงต่อเนื่อง
นอกจำกนั้น ด้วยอ ำนำจวิชำเนตร เจียงผิงอันก็สำมำรถพินิจกฎฟ้ำดินได้อย่ำงชัดเจน เข้ำใจถึงอ ำนำจอันดั้งเดิมที่สุดของมัน และเร่งควำมเข้ำใจได้อีกทบ
ผู้อื่นใช้เวลำเป็นร้อย ๆ หรือพัน ๆ ปีในกำรบรรลุหนึ่งเคล็ดพลังแต่เจียงผิงอันบังคับลดเวลำเหลือเพียงไม่กี่ปี
ฤดูกำลเปลี่ยนผัน บุปผำเบ่งบำนร่วงโรย เจียงผิงอันนั่งบนรูปสลักศิลำไม่ไหวติง รำวตนก็กลำยเป็นศิลำด้วย รับกำรผันผ่ำนแห่งกำล
กำรฝึกฝนนั้นเดียวดำย กระทั่งน่ำเบื่อหน่ำย มีเพียงต้องทนควำมเดียวดำยให้ได้ จึงสำมำรถไต่สูงสู่จุดยอด ได้เห็นทิวทัศน์อันงดงำมยิ่งกว่ำ
เสียงเล่ำลือจำกชัยชนะเหนือรูปสลักรำชันศักดิ์สิทธิ์ของเจียงผิงอันสร่ำงซำไปตำมกำล
บำงที คงมีแค่ยำมคนมำยังเคหำสน์เซียนเทียนหลำนแล้วเห็นแผ่นหลังนี้นั่งบนรูปสลักศิลำ จึงมีผู้จ ำได้ว่ำอ้อ คนผู้นี้คือเจียงผิงอันผู้เอำชนะรูปสลักของรำชันศักดิ์สิทธิ์
เทียบกับเสียงฮือฮำจำกเจียงผิงอัน เหตุกำรณ์ในแคว้นชำงหลำนสะดุดตำเสียยิ่งกว่ำ
“ประมุขศำลำเติงเซียนสำขำแคว้นชำงหลำน หลัวซู่บ้ำไปแล้ว!นำงพำผู้ติดเชื้อบุกเข้ำขุมก ำลังใหญ่ต่ำง ๆ คิดจะลำกปวงชนตำยตกตำมกัน!”
“เวร! นำงท ำอะไรอยู่กันแน่? คิดจะเปลี่ยนภพบุกเบิกเป็นนรกบนดินให้หมดหรือ?”
“ข้ำได้ยินว่ำหลัวซู่ก ำลังพยำยำมบังคับขุมก ำลังใหญ่ทั้ง