“มีแผนไปก็ไร้ประโยชน์ ศัตรูที่เผชิญครั้งนี้คือผู้ฝึกตนติดเชื้อไร้สตินะ”
หลัวซู่ไม่คิดว่าจะมีแผนอื่นในการจบวิกฤตินี้
หากมี ยอดฝีมือและกำลังหลักในศาลาเติงเซียนคงคิดได้นานแล้ว มีหรือจะต้องรอบุคคลเล็กจ้อยอย่างเจียงผิงอันมาแถลงไข?
หากเจียงผิงอันคิดหาทางแก้ได้จริง ๆ ยอดฝีมือทั้งหลายคงใช้ชีวิตเนิ่นนานมาเสียเปล่าแล้ว
เจียงผิงอันอธิบาย “แผนของข้าอาจต้องทำให้ประมุขศาลาต้องเสียอะไรไปบ้าง แต่จะเบากว่าแผนประหัตประหารของประมุขศาลาแน่นอน”
“หากแผนเช่นนั้นมีจริง ประมุขศาลาผู้นี้จะยกศาสตราเซียนให้เจ้าชิ้นหนึ่งเลย”
หลัวซู่กล้าออกปากสัญญายิ่งใหญ่ เผยความคิดในใจชัดเจน
กระทั่งเฉียนฮวั่นโหรวยังมองเจียงผิงอันอย่างฉุกฉงน มิอาจทราบว่าชายผู้นี้คิดอะไรได้
เจียงผิงอันกล่าวว่า “แผนนี้ง่ายมาก ให้ประมุขศาลาประกาศต่อสาธารณชน ว่าเพื่อหาทางแก้ปราณเซียนกลายพันธุ์ ศาลาเติงเซียนพร้อมให้ศิษย์นับพันถูกปราณเซียนกลายพันธุ์แทรกซึมเพื่อหาเส้นทางบรรลุเซียนใหม่”
เมื่อได้ยินแผนของเจียงผิงอัน คนทั้งสามที่อยู่กับเขาก็เผยสีหน้าพิกล
พวกเขามิได้โง่ ย่อมเข้าใจว่าเจียงผิงอันหมายความเช่นไร นี่คือการข่มขวัญขุมกำลังอื่น ๆ และบีบบังคับให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหา
หากศาลาสาขาเติงเซียนถูกพลังกลายพันธุ์แทรกซึมถ้วนหน้าทั้งแคว้นชางหลานจะกลายเป็นนรกบนดินไปทันที ขุมกำลังใด ๆ ก็มิอาจรับความน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้
ก่อนหน้านี้ หลัวซู่ก็อยากผสานกำลังกั