บขุมกำลังอื่น ๆ เพื่อแก้ไข แต่ทุกผู้ล้วนมีเจตนาของตน อยากใช้หายนะนี้ลดทอนอำนาจขุมกำลังอื่น ๆ จึงมิอยากลงมือกัน
หลัวซู่กุมคางเอ่ยขึ้น “วิธีนี้ก็ดี แต่แผนง่าย ๆ เช่นนี้ พวกเขารู้แน่ว่าของปลอม”
“คนเหล่านั้นมีเจตนาของตนเอง พวกเขาล้วนไม่อยากเสียหายหากจะร่วมมือกันได้ ปัญหาคงถูกแก้ได้นานแล้ว”
เจียงผิงอันพยักหน้า “เรื่องต่อจากนี้แหละที่ต้องทำร้ายชื่อเสียงประมุขศาลา คือหาโซ่ยาว ๆ มัดผู้กลายพันธุ์สักหมื่น ๆ คน แล้วไปเดินเล่นที่ขุมกำลังหลักทั้งหลายหน่อย”
“หากจะตายก็ต้องตายด้วยกัน ไฉนต้องให้ศาลาเติงเซียนแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดด้วย?”
คนทั้งหลายที่นี่ตะลึงไป
เจ้าเด็กนี่ต้องไร้สามัญสำนึกเพียงไร นำผู้ติดเชื้อเข้าไปในขุมกำลังใหญ่แห่งอื่น ขุมกำลังใหญ่เหล่านั้นได้ขี้หดตดหายกันแน่แท้
ผู้อาวุโสข้าง ๆ กันนั้นรีบตะโกนขึ้น “ไม่ได้! หากประมุขศาลาทำเช่นนี้ ทุกขุมกำลังได้แค้นเคืองนางแน่!”
หลัวซู่ส่ายหัว “ยามนี้ไม่มีทางอื่นแล้ว มีแต่ต้องบีบทุกฝ่ายให้ร่วมสู้ ยามเราลงมือร่วมกัน เราศาลาเติงเซียนก็จะถูกด่าทอน้อยหน่อย”
ผู้อาวุโสถามขึ้นอย่างกังวล “แล้วหากพวกเขาไม่ลงมือเล่า?”
“งั้นก็ทำตามเจียงผิงอันว่า ตายด้วยกันให้หมดนี่แหละ ไฉนเราศาลาเติงเซียนต้องเสียหายฝ่ายเดียว?”
สีหน้าของหลัวซู่เย็นเยียบเกินครั้งใด ปราณอันน่าสะพรึงกลัวที่นางแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้เจียงผิงอันต้องถอยไปหลายก้าว
เจียงผิงอันตกตะลึง เซียนมนุษย์จ