ะน่ากลัวไปแล้ว เพียงปราณเสี้ยวเดียว เขาก็มิอาจต้านไหว
หลัวซู่เก็บปราณ หันไปกล่าวกับเฉียนฮวั่นโหรว “เป็นการยากหากต้องซื้อโอสถคุ้มภัยสิบล้านเม็ดเดี๋ยวนี้เลย ไว้ข้าขายมันหมด ข้าจะส่งเงินให้พี่หญิงเฉียนนะ”
หลัวซู่คิดว่าโอสถคุ้มภัยเหล่านี้ เฉียนฮวั่นโหรวเป็นผู้ได้มา ส่วนเจียงผิงอันแค่พูดแทนเฉย ๆ
ไร้ผู้ใดเชื่อว่าโอสถคุ้มภัยมากมายเพียงนี้จะมาจากเจียงผิงอัน
“ไม่ต้องรีบร้อน”
เฉียนฮวั่นโหรวมิได้อธิบาย ต่อให้นางพูดความจริง อีกฝ่ายก็ไม่เชื่ออยู่ดี
นอกจากนั้น จะให้ผู้อื่นทราบความลับของเจียงผิงอันมิได้
จากการใช้ทรัพยากรจำนวนมากอย่างต่อเนื่องของเจียงผิงอันเฉียนฮวั่นโหรวก็พอเดาได้แล้วว่าเจียงผิงอันมีอาวุธวิเศษพิเศษบางอย่างที่สามารถลอกเลียนทรัพยากรจำนวนมากได้
บางที อาวุธวิเศษนี้อาจจะเป็นศาสตราเซียนที่พาเจียงผิงอันสัญจรระหว่างสองภพก็ได้
เจียงผิงอันปริปากกล่าว “ประมุขศาลา ท่านเพิ่งรับปากข้านะว่าจะให้ศาสตราเซียนกับข้าชิ้นหนึ่ง”
สีหน้าของหลัวซู่แข็งค้าง นางแค่พูดไปเปล่า ๆ มีหรือจะรู้ว่าเจียงผิงอันจะคิดหาทางได้จริง ๆ
“อะแฮ่ม เรื่องนี้ไว้หารือกันยามแก้วิกฤติได้เถอะ ประมุขศาลาผู้นี้ขอไปจัดการวิกฤติก่อนแล้วกัน”
“ช้าก่อน ยังมีอีกเรื่องที่ข้าอยากถามน้องหญิงหลัวซู่”
ขณะเฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยปาก นางก็ชำเลืองผู้อาวุโสข้างกายนาง
ผู้อาวุโสผู้นั้นสายตาดี ตระหนักทันทีว่าทั้งสองจะหารือเรื่องสำคัญ
“ประมุขศาลาทั้งสองท่าน