ตาเฒ่าผู้นี้ขอตัวก่อน”
ผู้อาวุโสคารวะแล้วหันกายจาก
หลังอีกฝ่ายลับไป เฉียนฮวั่นโหรวก็บอกหลัวซู่เรื่องมารสวรรค์เก้าแปรตามวาทะที่หารือกับเจียงผิงอันแล้ว
เมื่อทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน หลัวซู่ก็ขมวดคิ้ว “วรยุทธ์ที่เจียงผิงอันฝึกฝนสามารถสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนได้ นี่น่าจะเป็นวรยุทธ์จากภพเซียน ลำบากแล้วสิ”
“หลังจากก่อเมล็ดพันธุ์เซียน การทำลายมันเป็นไปไม่ได้ มีแต่ต้องไปยังภพเซียน ที่นั่นมีกฎเต๋าเซียน จึงงอกรากเซียนขึ้นได้”
“คนทั่วไปจะไปภพเซียน ก็มีแต่ต้องตามรอยเซียนในภพบุกเบิกของเรา”
“การคัดเลือกย้อนรอยเซียนมีขึ้นทุกพันปี หนต่อไปคือห้าสิบปีให้หลัง ต่อให้ศาลาเติงเซียนส่งเจียงผิงอันเข้ารับการทดสอบได้ การฝึกฝนของเขาก็ยังมิอาจผ่านการประเมินได้อยู่ดี”
“ในอดีต มีเพียงผู้ฝึกตนสองคนที่ผ่านการประเมินในขั้นต้นขอบเขตมหายานได้ แต่ไร้ผู้ใดผ่านการประเมินในขอบเขตบูรณาการได้เลย”
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึม เหมือนที่เฉียนฮวั่นโหรวเคยกล่าวไว้เลย
“ไม่มีทางอื่นแล้วจริง ๆ หรือ?”
“มี ขอเพียงเจ้าหาผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะมาได้ เจ้าก็จะงอกรากเซียนได้”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวก็สุดปรีดา พวกเขาถามได้ถูกคนจริง ๆ
“พวกเจ้าด่วนดีใจไปแล้ว”
หลัวซู่กล่าว “ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะหายากสุดขั้วเกิดขึ้นเพียงในเคหาสน์เซียน หากกินผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะเข้าไป ก็จะได้รากเซียนมาทันที ผู้ได้ผลไม้นี้มาก็แทบจะกินม