หมัวล่วนยืนกลางสุญตา ในม่านตามีดาวหกแฉกดวงหนึ่งลวดลายบนตัวเรืองรองด้วยรัศมีพิศวง
มันเบนสายตามาจ้องเจียงผิงอันอย่างสุขุม ก่อนจะพูดอะไรที่เจียงผิงอันไม่เข้าใจ
สหายร่วมเผ่าตนหนึ่งซึ่งยืนเบื้องหลังหมัวล่วนแปลให้ว่า “ใต้เท้าหมัวล่วนพูดว่า พวกเจ้าทำให้เขาลงมือได้ เจ้าก็น่าจะมีฝีมือบ้างแต่ก็ต้องตายอยู่ดี”
“ใต้เท้าหมัวล่วนมิได้เห็นพวกเจ้าเผ่ามนุษย์ในสายตา และไม่คิดใช้ภาษาของพวกเจ้า หากมิใช่เพราะเราเผ่าอนธการต้องอยู่ในเขตหวงห้าม พวกเจ้าเผ่ามนุษย์คงไม่ได้มีตัวตนอยู่จนทุกวันนี้”
ทุกตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬเผยความทะนงบนสีหน้ายามเผชิญเหล่ามนุษย์
ในความเห็นพวกมัน เผ่ามนุษย์เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ต้อยต ่า ต้องกระเสือกกระสนบรรลุกฎเกณฑ์ ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกมันเผ่าอนธการเลย
“ฮะ ๆ”
เจียงผิงอันหัวเราะอย่างหาได้ยาก “ดูแคลนพวกเราเผ่ามนุษย์พวกเจ้าเขตแดนมารมืดทมิฬควรค่าแล้วหรือ?”
“เป็นแค่เต่าหดหัวในเขตหวงห้าม กลัวจะถูกภพเซียนพบตัวยามมหาจักรพรรดิพาเผ่ามนุษย์บุกไปต่อสู้กับภพเซียน พวกเจ้าเขตแดนมารมืดทมิฬไปอยู่ไหนกันหมด?”
“โลกของตัวเองยังปกป้องกันมิได้ กล้าก็แต่หดหัวซ่อน ไปเอาความภาคภูมิมาจากไหนกัน? พวกเจ้าเกิดมาก็บรรลุกฎเกณฑ์ได้นั่นมิใช่เพราะพวกเจ้าเยี่ยมยอดอะไร เพราะพวกเจ้าเกิดมาในยุคสมัยที่ดีต่างหาก”
“ในขอบเขตเดียวกัน เทียบกันในยุคสมัยเดียวกัน พวกเจ้าเขตแดนมารมืดทมิฬนับเป็นอะไร?”
เสียงของเจียงผิงอันขจร